การค้าขี้โกง

updated: 21 เม.ย 2560 เวลา 13:06:44 น.

 

คอลัมน์รู้จักอาเซียน โดย มัธธาณะ รอดยิ้ม

คำสั่งจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐที่ออกมาก่อนหน้านี้ถึงเรื่อง "การค้าขี้โกง" จากหลายประเทศที่เป็นคู่ค้าในเอเชียและยุโรป ก่อเกิดคำถามมากมายต่อไปให้กับรัฐบาลทรัมป์ถึงนโยบายการต่างประเทศ
 
เป็นไปได้สูงว่าคำสั่งนี้เกี่ยวข้องกับ อเมริกันต้องมาก่อน หรือ America First ที่ทรัมป์พูดมาตั้งแต่หาเสียงจนกระทั่งทุกวันนี้ ซึ่งหนึ่งในใจความสำคัญคือสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชาวอเมริกัน 
 
ทรัมป์ได้ออกคำสั่งพิเศษให้จับตากลุ่มประเทศคู่ค้าที่ประกอบไปด้วย ประเทศจากเอเชีย 8 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ไต้หวัน เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย จากยุโรป 4 ประเทศ ได้แก่ เยอรมนี ไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส แน่นอนที่สุดเม็กซิโกและแคนาดาก็ไม่พ้น
 
และทรัมป์เองพูดถึงกรณีการค้าขี้โกงนี้ว่า ประเทศเหล่านี้ที่แหกกฎการค้าจะต้องเผชิญกับความเสียหายที่ตามมา
 
ที่น่าสังเกตุคือประเทศส่วนใหญ่ที่ถูกขึ้นลิสต์ ล้วนเป็นประเทศพันธมิตรของสหรัฐทั้งนั้น โดยเฉพาะในเอเชียที่พุ่งเป้าเล่นแม้กระทั่งมิตรใหม่อย่างเวียดนามที่ เพิ่งจะผูกสัมพันธ์ครั้งใหม่ไม่นานนักนับตั้งแต่สมัยของนายบารัก โอบามา 
 
ฝ่ายที่อาจเสียประโยชน์ มีแนวโน้มว่าไม่ใช่ประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีแต่เพียงฝ่าย เดียวแต่สหรัฐเองก็อาจโดนไปเต็มๆ 
 
นายอง กา ชวน รัฐมนตรีการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมออกมาพูดถึงเรื่องนี้ในทำนองที่ว่า ทรัมป์อาจจะไม่รู้ว่า มีผู้ผลิตสัญชาติสหรัฐที่ตั้งโรงงานอยู่ที่นี้ไม่ว่าจะเป็น อินเทล และเวสเทิร์น ดิจิตอล ที่ผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ส่งไปเข้ายังสหรัฐ โดยใช้มาเลเซียเป็นฐานเพราะต้นทุกการผลิตที่ถูกกว่า 
 
บริษัทสัญชาติสหรัฐเอง อาจจะโดนหางเลขไปด้วย ถ้าทรัมป์ยังยืนกรานจะลงโทษประเทศเหล่านี้ 
 
ไทยเองก็อาจโดนผลกระทบไปด้วย ซึ่งตัวเลขการค้าล่าสุดตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา ไทยเกินดุลมากว่า 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ภาพลักษณ์สินค้าไทยอาจถูกบั่นทอนลงท่ามกลางสายตาชาวอเมริกัน 
 
ที่สำคัญการออกคำสั่งนี้จากนายทรัมป์ มีความเป็นไปได้สูงว่า ประชาคมการค้าโลกอาจเห็นการดำเนินนโยบายการปกป้องการค้าแบบใหม่จากทรัมป์ แน่นอนการกระทำของสหรัฐครั้งนี้จะทำให้พันธมิตรตนเสียความรู้สึก
 
และกระทบต่อนโยบายระหว่างประเทศแน่นอน อีกทั้งเป็นไปได้ว่าสหรัฐหากสร้างสมดุลไม่ดีในเรื่องการค้า อาจเสียความสัมพันธ์กับบรรดาประเทศพันธมิตรได้ อย่าลืมว่าจีนกำลังแพร่ขยายอิทธิพลอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการค้า การระหว่างประเทศ รวมไปถึงการทหาร 

อย่าลืมว่าจีนเอาก็พยายามสร้างกรอบการค้าต่างๆ เพื่อกระชับและเอาใจการค้าฝั่งเอเชีย อาเซียนและลากยาวคลุมประเทศริมฝั่งแปซิฟิก 
 
สหรัฐอาจเสียตำแหน่งคู่ค้าให้กับหลายประเทศได้ ซึ่งบรรดาประเทศที่อยู่ในลิสต์ ทั้งอาเซียนและเอเชียโดยรวม ล้วนเป็นประเทศปลายทางของนักลงทุนสหรัฐที่เข้ามาตั้งโรงงานทั้งนั้น 
 
มองในอีกแง่ การขึ้นลิสต์ประเทศเหล่านี้อาจเป็นการกระตุ้นบรรดาชาติเอเชีย โดยเฉพาะอาเซียน ที่ว่าถึงเวลาแล้วหรือยังในการหันมาคบค้ากันเองให้มากขึ้น กระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพิงประเทศมหาอำนาจ 
 
ทรัมป์อาจมีแนวคิดการบริหารแบบนักธุรกิจที่ต้องชนะ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เต็มไปด้วยความคิดแบบชนะทั้งคู่ หรือ Win-Win Situation บางทีทรัมป์ควรจะต้องเรียนรู้คำนี้ด้วย ไม่เช่นนั้นอาจไม่มีเพื่อนคบในบริบทสังคมโลก
 
แต่กระนั้นก็ตามต้องติดตามการบริหารของทรัมป์อย่างใกล้ชิดในเรื่องนโยบายต่อเอเชีย และอาเซียน เพราะบนความไม่แน่นอนอาจสร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่ายได้อย่างทั่วถึง

 
 
Desktop View