"พญาเสือ" บุกแพกลางเขื่อนท่าทุ่งนา รุกล้ำลำน้ำ-ที่อุทยานฯเอราวัณ 14 ไร่ เจ้าของยอมคืน-รื้อเอง

updated: 20 เม.ย 2560 เวลา 18:45:13 น.

 

วันนี้ 20 เมษายน 2560 เมื่อเวลา 10.00 น. นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน.ชุดพญาเสือ) พล.ต.ต.บัญชา ปั้นประดับ ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี ในฐานะชุดปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ตำรวจ ปทส. อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ทหารกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองกาญจนบุรี สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากาญจนบุรี อบต.ช่องสะเดา สนธิกำลังเข้าทำการตรวจสอบแพกัญญู ตั้งอยู่ หมู่ 1 ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมี นางกัญญู นุนพนัสสัก ชาวกรุงเทพฯ เป็นเจ้าของผู้ครอบครอง ภายหลังจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือให้ตรวจสอบว่ามีการรุกล้ำลำน้ำ และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

เมื่อไปถึงพบ นาย อานะ ยอลึ อายุประมาณ 35 ปี เป็นคนงานผู้ดูแล และนำคณะเจ้าหน้าที่ชี้จุดเพื่อตรวจสอบหลักเขตของพื้นที่รวมทั้งอาคารและพืชผลอาสินที่อยู่โดยรอบทั้งหมด และผลจากการตรวจสอบพบว่ามีการบุกรุกพื้นที่ จำนวน 13 ไร่ มีการบุกรุกทางน้ำ จำนวน 1 ไร่เศษ มีสิ่งปลูกสร้างจำนวน 17 รายการ รวมถึงแพ และกระชังปลาด้วย และยังปลูกพืชผลอาสิน อีก 15 รายการ

นายชัยวัฒน์ เปิดเผยภายหลังว่า เนื่องจากได้รับเรื่องจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยว่า พื้นที่บริเวณขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนท่าทุ่งนา สุ่มเสี่ยงต่อการบุกรุกพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จึงเดินทางมาตรวจสอบ โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยกับ นางกัญญู ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งได้ให้ข้อมูลยืนยันว่า ตนเองไม่ทราบมาก่อนว่าพื้นที่ที่ซื้อมาจากเจ้าของเดิมคือ นางนงนุช และ นายณทัย นิถานานนท์ อยู่ในเขตอุทยาน แต่หากที่ดินที่ซื้อมาอยู่ในเขตอุทยานฯ จริง ก็ยินดีคืนพื้นที่ดังกล่าวให้กับอุทยานฯ ด้วยความสมัครใจ ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง นางกัญญู ก็ประสานผ่าน นายก อบต.ช่องสะเดา โดยยืนยันข้อมูลเดียวกันว่า ซื้อที่ดินต่อมาจากอีกบุคคลหนึ่งโดยไม่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานฯหรือไม่ พร้อมกับทำหนังสือยินยอมเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจฝากผ่าน นายก อบต.มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ โดยเนื้อหาระบุว่าหากพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ก็ยินดีที่จะยอมรื้อถอน โดยจะเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน



ทั้งนี้ นางกัญญู มีเจตนาคืนที่ดินให้และยินยอมรื้อถอน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อการคืนพื้นที่ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะเรียกสอบปากคำ ก็อาจเป็นผลดีต่อ นางกัญญู ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะต้องเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ นางกัญญู ว่าครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต และรุกล้ำลำน้ำ และสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยที่กรมอุทยานแห่งชาติไม่ได้อนุญาตต่อไป




ที่มา : มติชนออนไลน์

 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม