"เอดีบี" คาดจีดีพีไทยปีนี้โต3.5% อานิสงส์ส่งออกเพิ่ม ราคาสินค้าโภคภัณฑ์-เกษตรขยับขึ้น

updated: 20 เม.ย 2560 เวลา 16:26:31 น.

 

ดร.ลัษมณ อรรถาพิช เศรษฐกรอาวุโสประจำประเทศไทย ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ "เอดีบี" เปิดรายงานการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชีย ประจำปี 2560

โดยชี้ว่า จีดีพีไทยจะขยายตัวอยู่ที่ 3.5% ในปีนี้ และ 3.6% ในปีถัดไป เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่อยู่ที่เพียง 3.2% อานิสงส์การส่งออกเพิ่มขึ้น การขยายตัวที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลัก การบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง การเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐลงทุนเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น สินค้าเกษตร สินค้าอาหาร ในตลาดโลกที่ปรับมูลค่าสูงขึ้น

ขณะที่การบริโภคภายในประเทศยังคงขยายตัวในระดับปานกลาง ด้านรายได้ภาคเกษตรไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวตามตลาดโลก เนื่องจากหมดแล้งและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย

โดยเอดีบีคาดการณ์ว่า ส่งออกไทยในปีนี้จะขยายตัว 3% ในปี 2560 และเพิ่มขึ้นเป็น 4% ในปี 2561 โดยมีปัจจัยตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและความต้องระดับโลกเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และเกษตรเพิ่มมูลค่ามากขึ้น ในบางภาคของอุตสาหกรรมไทยมีการปรับตัว ส่งสัญญาณว่ามีการเริ่มใช้นวัตกรรมเข้าไปใช้ร่วมกับการผลิตด้วย

ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าด้านชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ยังมีตัวเลขที่ดีอยู่เนื่องจากเป็นยุคของ "Internet of Things อินเทอร์เน็ตคือทุกสิ่ง" จึงมีความต้องการมากขึ้น

ขณะที่การลงทุนภาครัฐยังคงเป็นความหวังหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะสั้นหากรัฐบาลสามารถเร่งเบิกจ่ายโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ลงทุนในการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ทางหลวงสายหลัก และโครงการขยายท่าเรือน้ำลึก ซึ่งหลายโครงการเริ่มประมูลไปแล้วในปี 2559



โดยกระทรวงคมนาคมเปิดเผยเพิ่มว่าในปี 2560 จะมีการลงทุนเพิ่มอีก 36 โครงการ เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 25,600 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังรวมถึงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ "อีอีซี" ในพื้นที่ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยอง ชลบุรี ซึ่งหากเดินหน้าไปได้ไม่สะดุด ก็จะถือเป็นอีกหนึ่งความหวังด้วยเช่นกัน โครงการรัฐดังกล่าวจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการลงทุนภาคเอกชนต่อมาในปีนี้

การขยายตัวของเศรษฐกิจและราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสูงบ้าง โดยปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 1.8% และค่อยๆสูงขึ้นในปีถัดไป แต่แรงกดดันเงินเฟ้อยังถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำ

ด้านการท่องเที่ยวยังถือว่าเป็นอุตสาหกรรมบริหารที่เข้มแข็งที่สุดแม้ว่าช่วงปลายปีก่อนจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงในไตรมาสสุดท้าย จากบรรยากาศการไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 และการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญของจีน อย่างไรก็ตามในไตรมาสแรกของปี 2560 นักท่องเที่ยวในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนจากมาตรการกระตุ้นต่างๆ คาดว่าการท่องเที่ยวจะขยายตัวต่อเนื่องในปีนี้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 35.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.1% จากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ดร.ลัษมณชี้ว่า ไทยยังคงมีความท้าทายอย่างหนึ่งที่สำคัญที่ต้องก้าวข้าม คือ "ด้านทรัพยากรมนุษย์" ซึ่งในยุคที่ประเทศไทยเดินหน้าตามนโยบาย "ไทยแลนด์ 4.0" เพื่อกระตุ้นให้ไทยกลับมาเติบโตในตัวเลขระดับสูง และเพื่อก้าวข้ามจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง ภายใต้นโยบายนี้คือการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีใหม่ จึงเป็นความจำเป็นที่จะต้องพัฒนา "คน" ให้มีศักยภาพ ทักษะและฝีมือควบคู่ไปด้วย ถ้าไม่เร่งมือ ไทยแลนด์ 4.0 ก็ไม่สำเร็จ

"สุดท้ายแล้ว คนที่จะขับเคลื่อนประเทศก็คือทรัพยากรมนุษย์ และอนาคตประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ เด็กเกิดใหม่จะน้อยลง คนทำงานช่วงปลายจะเป็นคนกลุ่มใหญ่ ดังนั้นการเรียนรู้จะต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต" ดร.ลัษมณ กล่าวปิดท้าย


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม