สศอ.ชงครม.แผนเพิ่มผลิตภาพดึงBOIให้ภาษีจูงใจปรับกิจการ

updated: 21 เม.ย 2560 เวลา 05:00:27 น.

 

ชง 3 ยุทธศาสตร์ "แผนเพิ่มผลิตภาพการผลิต" ปลาย เม.ย.นี้ พร้อมตั้ง "สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมผลิตภาพแห่งชาติ" สังกัดสำนักนายกฯ วางนโยบายผลิตภาพทั้งประเทศเผยเปิดประชาพิจารณ์เอกชนไม่ปลื้มแผนพัฒนา ด้าน "สศอ." เล็งหลังผ่าน ครม.เตรียมหารือบีโอไอใช้มาตรการภาษีการปรับปรุง เพิ่มผลผลิตจูงใจ

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า การที่อุตสาหกรรมไทยจะไปถึง 4.0 ตามเป้าหมาย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ภาคอุตสาหกรรมเติบโต 4.5% การลงทุนโต 10% การส่งออกขยายตัว 4% ผลิตภาพรวม (TFP) เพิ่มขึ้น 2-2.5% ต้องเดินตาม 3 ยุทธศาสตร์ภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมผลิตภาพแห่งชาติ ซึ่งจะนำเสนอแผนแม่บทการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Produc-tivity) พ.ศ. 2560-2564 ให้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รับทราบ และเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปลายเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งใน พ.ร.บ.จะระบุถึงการจัดตั้งกองทุนผลิตภาพแห่งชาติ วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นตัวสนับสนุนการดำเนินงาน

"หลังผ่าน ครม.แล้ว สศอ.ต้องเพิ่มเติมมาตรการต่าง ๆ เข้าไปในแผนแม่บท เช่น มาตรการภาษีการปรับปรุง เพิ่มผลผลิต และภาษีนำเข้าต่าง ๆ ซึ่งจะหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อีกครั้ง มองว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะนำมาใช้จูงใจให้ผู้ประกอบการปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ ๆ"

สำหรับ 3 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1.ยกระดับผลิตภาพภาคอุตสาหกรรมไทย โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบบริหารจัดการสมัยใหม่ เพื่อปรับปรุงกระบวนการผลิต เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมากขึ้น ทำให้ลดต้นทุนการผลิต 2.ยกระดับผลิตภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะรอบด้านมากกว่า 1 อย่าง 3.การพัฒนาปัจจัยแวดล้อม การรวมกลุ่มเครือข่าย ระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน ขณะที่หน่วยงานรัฐต้องกำหนดมาตรฐานและกฎระเบียบต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ ต้องจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมผลิตภาพแห่งชาติ อาจอยู่ภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อวางนโยบายผลิตภาพทั้งประเทศ รวมถึงตั้งศูนย์วิจัยและศึกษานวัตกรรมเพื่อผลิตภาพ (Center of Industrial Productivi-ty-CIP) ขณะที่สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ยังอยู่ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรม

นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปี 2560 ได้ยื่นของบประมาณร่วมบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไป 632 ล้านบาท แบ่งเป็นของกระทรวงอุตสาหกรรม 270 ล้านบาท กระทรวงแรงงาน 345 ล้านบาท กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 10 ล้านบาท และกระทรวงศึกษาธิการ 5-6 ล้านบาท ปีนี้จะฝึกอบรมด้านแรงงาน เพื่อป้อนให้อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) โดยจะเน้นเรื่องการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ การจัดทำฐานข้อมูล

นายกฤศ จันทร์สุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของประเทศ สศอ. กล่าวว่า ปี 2559 ได้งบประมาณ 221.8 ล้านบาท จัดทำ 25 โครงการ 150 ราย ผ่านไป 3-4 เดือนยังประเมินผลไม่ได้ แต่ตั้งเป้าจะต้องเพิ่มผลิตภาพในอัตรา 10% ทั้งนี้ ยอมรับว่าความยากในการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลิตภาพ คือ ผู้ประกอบการมักมีเงื่อนไขที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง เช่น ช่วงเศรษฐกิจดีมีออร์เดอร์ หากจะให้หยุดเพื่อปรับปรุงระบบเทคโนโลยีจะกระทบต่อออร์เดอร์อาจผลิตไม่ทัน และหากช่วงเศรษฐกิจแย่ ก็อ้างว่าเป็นภาระต้นทุนจำเป็นต้องรัดเข็มขัดไว้ก่อน

ในการทำประชาพิจารณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตัวแทนจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เห็นว่า การเพิ่มผลิตภาพอาจยังไม่จำเป็นต้องใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วย ควรเน้นการให้บริการ และแผนแม่บทยังไม่มีการพูดถึงกระบวนการสร้างคุณค่าที่ชัดเจน

รวมถึงอุตสาหกรรมไทยยังอยู่แค่ระดับ 1.0 อิงราคาสินค้าเกษตรมากกว่าอุตสาหกรรม หรือเทคโนโลยี ส่วนอีกรายมีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยจากการใช้สารเคมี เพราะอุตสาหกรรมมองแค่การเพิ่มผลิตภาพ แต่ลืมควบคุมการใช้สารเคมี ส่วนสถาบันยานยนต์ยังห่วงว่าการเดินไปสู่ 4.0 นั้น ผู้ผลิตชิ้นส่วนบางรายอาจปรับตัวไม่ทันและหลุดจากห่วงโซ่ไป และในที่ประชุมได้สรุปว่า รัฐและเอกชนมีมุมมองต่างกัน คือ รัฐมองเป้าคือ Industry 4.0 แต่เอกชนมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือ เป้าหมายแท้จริง คือ Productivity

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View