อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ยกเครื่องพลังงานทดแทน

updated: 16 เม.ย 2560 เวลา 09:00:00 น.

 

สัมภาษณ์

หลังจากรัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่ต้องการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้เพิ่มเป็นร้อยละ 40 จากเดิมที่แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ของประเทศ หรือ PDP (Power Development Plan) กำหนดเป้าหมายไว้ที่ร้อยละ 30 (19,000 เมกะวัตต์) เท่ากับว่าจะต้องมีกำลังผลิตจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 7,000 เมกะวัตต์ นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายกระทรวงพลังงานที่ต้องดำเนินการ ประชาชาติธุรกิจ สัมภาษณ์ "อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม" ปลัดกระทรวงพลังงาน ถึงแผนด้านพลังงานทดแทนต่อจากนี้


- เป้าใหม่ 40% ทำได้หรือไม่



การจะไปถึงเป้าหมายอย่างไรนั้น ต้นทุนของเทคโนโลยีเป็นตัวแปรที่สำคัญมาก อย่างที่เห็นภาพชัดเจนช่วงที่ผ่านมาคือต้นทุนของโซลาร์เซลล์และพลังงานลมลดลงมาค่อนข้างมาก ส่งผลให้ราคารับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ลดลงมาอยู่ที่เพียง 4.20 บาท/หน่วย ซึ่งระดับราคาที่ลดลงขนาดนี้ เราก็มั่นใจว่าหากจะเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนก็ง่ายขึ้น ตามแผนเดิมที่ต้องมีสัดส่วนที่ 30% ของกำลังผลิตติดตั้งรวมนั้น วันนี้มีทั้งที่ผลิตเข้าระบบแล้วและกำลังทยอยเข้ามารวมทั้งสิ้นกว่า 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งสำหรับไทยเองนั้นถือเป็นประเทศที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เรามีประสบการณ์ทั้งโซลาร์ฟาร์มและวินด์ฟาร์มที่ประสบความสำเร็จ มีระบบการบริหารจัดการที่ดี ที่สำคัญคือมีบุคลากรด้านพลังงานที่ดีและมีเอกชนที่มีความแข็งแรงในการลงทุน ดังนั้นหากรัฐบาลจะปรับเป้าหมายพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอีก ก็สามารถดำเนินการได้




- จะเน้นที่เชื้อเพลิงใด

ตามเป้าหมายของกระทรวงพลังงาน คือ การเน้นให้น้ำหนักไปที่พลังงานชีวมวล ที่ใช้ของเหลือจากภาคเกษตรเป็นหลัก ในช่วงที่ผ่านมาเราซัพพอร์ตทุกโรงและมีการผลิตไฟฟ้าเข้าระบบเกือบหมดแล้ว ฉะนั้นถ้าเราจะมุ่งส่งเสริมชีวมวลต่อ สิ่งที่เราวางไว้คือจะต้องมุ่งเน้นไปที่การปลูกพืชพลังงานด้วย จะเห็นว่าในปีนี้นโยบายด้านพลังงานทดแทนจะมีการกำหนดเงื่อนไขสำคัญคือเอกชนจะต้องมีแผนการปลูกพืชพลังงานร่วมด้วย ซึ่งนับเป็นความท้าทายของกระทรวงพลังงาน เพราะการปลูกพืชมันต้องเกี่ยวข้องกับเกษตรกร และเกี่ยวเนื่องกับอะไรอีกหลายอย่าง เบื้องต้นได้มีการหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปแล้วถึงเป้าหมายด้านพืชพลังงาน โดยเฉพาะในประเด็นปาล์มน้ำมัน ตามข้อมูลบอกว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการปลูกปาล์มอยู่ราว 3.5 ล้านไร่ ในพื้นที่อื่นอีกรวมเป็น 5 ล้านไร่ และเป้าหมายคือจะเพิ่มการปลูกเป็น 7 ล้านไร่ ให้ได้ภายในปี 2579 ซึ่งในพื้นที่เหล่านี้ปลูกเพื่อรองรับการบริโภคไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้ต้องมานั่งดูว่าพื้นที่ที่เหลือจะนำมาซัพพอร์ตด้านพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน และนโยบายสำคัญของเราคือจะไม่แย่งพื้นที่ปลูกที่รองรับการบริโภคแน่นอน


และเมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงพลังงานได้ประสานไปยังมหาวิทยาลัยทั้ง 4 ภาคทั่วประเทศ เพื่อให้ศึกษาศักยภาพของพลังงานทดแทนในแต่ละพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาการปลูกเพื่อเป็นเชื้อเพลิงหรือไม่ โดยรายละเอียดเบื้องต้นนั้นพบว่าแต่ละพื้นที่มันมีศักยภาพที่แตกต่างกัน หน้าที่ของเราคือการใส่เทคโนโลยี ใส่การวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดให้เป็นพลังงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ว่างอยู่ แต่การจัดสรรที่ดินจะอยู่ที่การพิจารณาของกระทรวงเกษตรฯเป็นหลัก


- จะปรับเงื่อนไขรับซื้อไฟใหม่



ใช่ ต่อไปนี้นโยบายของกระทรวงพลังงานในการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน นอกจากเอกชนจะต้องปลูกพืชพลังงานด้วยแล้วนั้น กระทรวงพลังงานจะเป็นผู้กำหนดพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าให้ด้วย ไปจนถึงเลือกประเภทเชื้อเพลิงให้ หรือพูดง่าย ๆ คือ เราจะเป็นผู้โฟกัสรายละเอียดทั้งหมดให้ จากเดิมที่เคยใช้วิธีการประมูลที่เอกชนจะเป็นผู้เสนอทั้งหมดเอง ซึ่งมีปัญหาค่อนข้างมาก เช่น สายส่งไม่พอรองรับและการแย่งวัตถุดิบกัน ที่สำคัญต่อจากนี้จะมีแผนส่งเสริมพลังงานทดแทนแบบ "รายภาค" ตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ทุกอย่างจะต้องเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบมากขึ้น


- อาจต้องปรับแผน PDP



ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบปรับแผน PDP เพราะยังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงสำคัญ อย่างพลังงานทดแทนที่รัฐบาลต้องการให้ปรับเพิ่ม ถ้าดูตัวเลขจริง ๆ ก็เพิ่มขึ้นจากเดิมแค่ 10% ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังไม่สามารถพัฒนาได้ แต่มีปริมาณสำรองไฟฟ้าที่ค่อนข้างสูงรองรับความต้องการใช้โดยไม่มีปัญหา แต่ไฟฟ้าสำรองมันก็ยังมีข้อจำกัดที่ว่าสำรองไฟฟ้าจะส่งลงไปในพื้นที่มีปัญหาอย่างภาคใต้อย่างไร เพราะสายส่งที่ลงใต้มีแค่ 2 สาย และยังเสี่ยงที่อาจจะเกิดปัญหาได้ ซึ่งความเสี่ยงที่ว่านี้มันจะบริหารได้ก็ต่อเมื่อมีโรงไฟฟ้าใหม่เกิดขึ้นในภาคใต้ ส่วนโรงไฟฟ้าใหม่ในส่วนของผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (IPP) ที่จะต้องผลิตไฟฟ้าเข้าระบบของกลุ่มบริษัท กัลฟ์ รวม 5,000 เมกะวัตต์ ก็ยังคงอยู่ในแผน PDP อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่มีการจัด 3 เวทีในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อรายงานสถานการณ์ไฟฟ้าให้ชุมชนในพื้นที่ พร้อมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะ อาจจะนำรายละเอียดจากเวทีนี้มาพิจารณาว่าควรปรับแผน PDP หรือไม่ต่อไป

 
 
Desktop View