โต้ปมรื้อ AD เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ พาณิชย์ชี้ยอดนำเข้าสินค้าจีนเลี่ยงภาษี 0% ทะลัก

updated: 15 เม.ย 2560 เวลา 17:40:00 น.

 

9 บริษัทผู้นำเข้า-สมาคมเหล็กลวด-ผู้ผลิตจีน "Benxi" ผนึกกำลัง "ค้าน" กรมการค้าต่างประเทศเปิดทบทวนการเรียกเก็บภาษีทุ่มตลาด AD สินค้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำจากจีนเพื่อยกเลิกข้อ "ยกเว้น" เรียกเก็บ AD เหล็กลวดคาร์บอนต่ำเจืออะลูมิเนียม-ไทเทเนียม และ โครเมี่ยม หลังยอดนำเข้าทะลัก หวั่นถูกบีบใช้เหล็กลวดคุณภาพต่ำ-ราคาแพง กระทบต้นทุนนำเข้า ส่วนผู้ผลิตไทยโต้ราคาเหล็กลวดจีน บวก ภาษี AD แล้วยังทุ่มตลาด




ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ในการประชุมเพื่อแถลงการณ์ด้วยวาจาในร่างทบทวนเอดี (AD) เหล็กลวดคาร์บอนต่ำขึ้น เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศได้เชิญฝ่ายค้านการทบทวน AD มีตัวแทนของบริษัท Benxi Beitai Gaosu Steel Wire Rot (BX Steel) ผู้ผลิตและส่งออกจากจีน ตัวแทนผู้ใช้/ผู้นำเข้าเหล็กจีน 9 ราย ได้แก่ บริษัท อาทิตย์ สตีล, ไทยยูเนี่ยนสกรูน็อต, แสงทองสลักภัณฑ์, เด่นไทยลวดตาข่าย, สินธานีอุตสาหกรรม, สยามลวดเหล็ก, บี วี ซี เจริญทรัพย์ และสมาคมเหล็กลวด ส่วนฝ่ายผู้สนับสนุนการทบทวน AD เป็นตัวแทนผู้ผลิตในประเทศ ประกอบด้วย บริษัทไทยคูน เวิล์ดไวด์ กรุ๊ป, โคเบลโก้ มิลล์คอน สตีล และกลุ่มทาทาสตีล และสมาคมการค้าเหล็กลวดไทยมาให้ข้อมูล


ฝ่ายผู้ค้านการทบทวน AD สินค้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ ได้ตั้งข้อสังเกต 1) ผู้ผลิตในประเทศ 3 ใน 6 รายเป็นผู้นำเข้าสินค้าที่ฟ้องทุ่มตลาดเสียเอง เช่น โรงงานเหล็กกรุงเทพ, บริษัท ไทยคูน เวิล์ดไวน์ กรุ๊ป, บริษัทราชสีมาผลิตเหล็ก และบริษัทเอ็ม เมลทอล ซึ่งขัดต่อหลักการใช้มาตรการเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในตาม พ.ร.บ.การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ. 2542 และผู้ผลิตรายใหญ่กลุ่มทาทาสตีล ได้แถลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 มีกำไรเพิ่มขึ้น 10-20% ไม่ได้เกิดความเสียหายตามที่อ้าง


2) หากดูภาพรวมการนำเข้าสินค้าในพิกัด 7227.9000 มีปริมาณลดลง 14.24% แต่กรมกลับเลือกดึงตัวเลขนำเข้าเฉพาะพิกัดย่อย 7227.9000.090 ซึ่งเป็นพิกัดย่อย 1 ใน 10 รายการ จึงเห็นว่ามียอดเพิ่มขึ้น 27.04% การกระทำแบบนี้ "เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่" ส่วนการเจือสารบางชนิด เช่น โคเมียม-อะลูมิเนียม-ไทเทเนียม ก็เพื่อเพิ่มคุณภาพและลดปัญหาการกัดกร่อนระหว่างการขนส่ง ไม่ใช่เพื่อเลี่ยง AD


3) สินค้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำในประเทศไม่ได้คุณภาพ พบปัญหาสินค้าผิวไม่สม่ำเสมอ 60% ขึ้นรูปไม่ได้ นำไปรีดแล้วแตก ลูกค้าตีกลับ ขณะที่เหล็กจีน "มีคุณภาพที่ดีกว่า" ได้มาตรฐานของผู้นำเข้า ทั้งสหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และไทย


"ถ้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำที่ผลิตในไทยดีทำไม ปี 2559 ผลิตได้ปริมาณ 527,643 ตัน เพิ่มขึ้น 21.2% จากปี 2558 แต่กลับส่งออกได้เพียง 5,064 ตัน หรือลดลง 31.77% จากปี 2558 ที่ส่งออกได้ 7,422 ตัน จุดนี้น่าห่วงมากที่สุดเพราะขณะนี้ผู้ใช้ปลายทาง ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า-อุตสาหกรรมยานยนต์ ขาดความมั่นใจในสินค้ากลางน้ำของไทย หากจะใช้เหล็กนำเข้าก็มีต้นทุนสูง กระทบนโยบายการเป็น "Global Supply Chain"


4) ปริมาณการผลิตของผู้ผลิตเหล็กลวดคาร์บอนต่ำในประเทศไม่เพียงพอ บางรายมีการแบ่งกำลังการผลิตไปผลิตสินค้าอื่น เช่น ไปผลิตเหล็กเส้น ซึ่งเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการในช่วงนั้น จนส่งผลกระทบทำให้ผู้ใช้ที่สั่งออร์เดอร์ต้องรอรับสินค้าเป็นเวลานานจากปกติเพียง 1-2 สัปดาห์ กลายเป็นระยะเวลานานนับเดือน ส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้าให้กับผู้ใช้ปลายทางหรือบางรายมีการสวิตช์ออร์เดอร์ไปให้บริษัทในเครือผลิตและไม่ได้มีการติดฉลากผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน มอก.


5) ผู้ผลิตในประเทศปรับขึ้นราคาจาก กก.ละ 15.70 บาทมาเป็น กก. 17.30 บาท ส่งผลให้ผู้ผลิตไทยไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าสำเร็จรูปนำเข้าจากจีนที่มีอัตราภาษีต่ำได้ เช่น สกรูจีนมีภาษีนำเข้า 10% นำไปสู่ปัญหาการทุ่มตลาดสินค้าสำเร็จรูปจากจีน



ฉลากมอก. - สมาคมเหล็กลวดนำภาพตัวอย่างเหล็กลวดคาร์บอนต่ำที่ซื้อจากผู้ผลิตในประเทศ แต่สินค้าเสียหายส่งมอบไม่ได้ อีกทั้งในฉลากมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) ซึ่งเป็นมอก.บังคับไม่ระบุชื่อบริษัทผู้ผลิตซึ่งไม่ถูกต้อง


ขณะที่ฝ่ายผู้ผลิตเหล็กลวดคาร์บอนต่ำนำโดย บริษัท NTS Steel กับ บริษัทเหล็กสยาม 2001 ในเครือทาทาสตีล ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมาบริษัทมีกำลังการผลิต 700,000 ตันต่อปี ซึ่งกำลังการผลิตนี้ไม่รวมการผลิตเหล็กเส้นสะท้อนว่า บริษัทผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการใช้ แต่ปัญหาการนำเข้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำจากจีนในปี 2556 ทำให้ยอดขายลดลงจากเคยขายได้ 60,000 ตันเหลือ 20,000-25,000 ตันต่อไตรมาส การใช้กำลังการผลิตก็ลดลงจาก 66% เหลือ 25-30%


ส่วนการปรับราคาขายเป็นไปตามต้นทุนราคาวัตถุดิบ ซึ่งในปีที่ผ่านมาราคาสินค้าจีนบวกกับ AD แล้วยังมีราคา "ต่ำกว่า" ราคาสินค้าที่ผลิตในประเทศ และการนำเข้าเหล็กตามพิกัด 7227.9000.090 ในปี 2559 มีปริมาณ 1.17 ล้านตันจากปีก่อนที่นำเข้า 700,000 ตัน และยืนยันว่ามีการพัฒนาคุณภาพทำให้ยอดร้องเรียนปัญหาการใช้ลงเหลือ 0.01% จากเดิม 0.08%



ด้านสมาคมการค้าเหล็กลวดไทยระบุว่า เห็นด้วยในการยกเลิกข้อ "ยกเว้น" อากร AD ข้อ 4 (ก.) และ (ข.) เนื่องจากยอดนำเข้าสินค้าที่ยกเว้น AD เพิ่มขึ้น 100%


เปิดรอยร้าว ตัดข้อยกเว้นเอดี 4 กลุ่ม



ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ทตอ.) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 ได้ประกาศเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) สินค้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำที่มีแหล่งกำเนิดจากจีนในอัตรา 12.81-31.15% ของราคา CIF


ในประกาศดังกล่าวได้ "ยกเว้น" อากร AD 0% ให้สินค้าที่ระบุไว้ในข้อ 4 (1) (ก) สินค้าที่มีคาร์บอนไม่เกิน 0.10% โดยน้ำหนักและมีโบรอนไม่น้อยกว่า 0.0040% โดยน้ำหนัก หรือ 4(1)(ข) สินค้าที่มีคาร์บอนมากกว่า 0.18% และมีโบรอนตั้งแต่ 0.0008-0.0040% และมีแมงกานีสตั้งแต่ 0.70-1.00 โดยน้ำหนัก หรือ 4 (1) (ค) ที่มีส่วนประกอบทางเคมีตามมาตรฐาน JIS G 3508-1:2010 Boron Steel for Cold Heading-part 1: Wire Rods หรือ 4 (1) (ง) มีส่วนประกอบทางเคมีตามมาตรฐาน JIS G 3509-1:2010 Low Alloyed Steel for Cold Heading-part 1: Wire Rods


แต่ภายหลังจากบังคับใช้มาตรการ AD มาเป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปี ทางกรมการค้าต่างประเทศ ได้เสนอให้ ทตอ. พิจารณา "ทบทวน" การยกเว้นการเก็บภาษี AD ในข้อ 4 (1) (ก) ให้เป็นสินค้าที่มีคาร์บอนไม่เกิน 0.10% โดยน้ำหนักและมีโบรอน ไม่น้อยกว่า 0.0040% โดยน้ำหนักมีโครเมี่ยมไม่เกิน 0.10% โดยน้ำหนักมีอะลูมิเนียมไม่เกิน 0.10% โดยน้ำหนัก และมีไทเทเนียมไม่เกิน 0.10% โดยน้ำหนัก และให้ยกเลิกมาตรการยกเว้นเอดี 4 (1) (ข) ไป และให้คงข้อ 4 (1) (ค) และ 4 (1) (ง) ไว้เหมือนเดิม ในวันที่ 6 กันยายน 2559


จากที่มีผู้ผลิตจีนส่งออกสินค้าในพิกัด 7227.9000.090 ในช่วงเวลาทบทวนมาตรการ AD ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2558- มิถุนายน 2559 เพิ่มขึ้น 27% โดยเฉพาะในกลุ่ม 4 (1) (ก) และ 4 (1) (ข) ที่ "ยกเว้น" AD เป็น 0% มีปริมาณเพิ่มขึ้น 100% และผู้ผลิตในประเทศแจ้งว่าไม่สามารถขายสินค้าดังกล่าวได้ 





 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม