ผู้หญิงแค่อยู่เฉย ๆ ไข่ก็ฝ่อแล้ว

updated: 29 มี.ค. 2560 เวลา 09:00:00 น.

 

นับตั้งแต่แรกเกิดผู้หญิงจะมีไข่ในรังไข่ประมาณ 1-2 ล้านฟอง พอเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์หรือเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก ไข่ก็เหลือเพียง 3-4 แสนฟอง ปริมาณจะลดลงเรื่อย ๆ ตามอายุที่มากขึ้น ที่สำคัญไม่สามารถเพิ่มจำนวนหรือสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งแตกต่างจากน้ำเชื้อของผู้ชายที่สร้างใหม่ได้เรื่อย ๆ

ในแต่ละเดือนจะมีไข่ประมาณ 5-10 ใบที่พร้อมจะโตและตกเพื่อปฏิสนธิกับสเปิร์ม ซึ่งโดยธรรมชาติจะคัดสรรให้เหลือเพียง 1 ฟองเท่านั้นที่โตและตกไปรอการปฏิสนธิ ที่เหลือจะฝ่อและสลายไป

เมื่ออายุมากขึ้นไข่ในรังไข่ของผู้หญิงจะลดลงเรื่อย ๆ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ ทำให้โอกาสในการมีลูกลดลงไปด้วยเช่นกัน ในขณะที่ผู้ชายสามารถมีลูกแม้จะอายุเกิน 90 ปี

อายุขนาดนี้...ไข่ยังมีอยู่ไหม ?

นี่คือคำถามสำคัญของคู่สมรส ที่เริ่มเข้าสู่โหมดการวางแผนครอบครัวในช่วงอายุที่สูงขึ้น


จากข้อมูลเชิงสถิติจะพบว่า ประชากรทั่วโลกประมาณ 50-80 ล้านคน กำลังประสบปัญหาด้านการมีบุตร ยิ่งไปกว่านั้น 1 ใน 4 ของคู่สามีภรรยาในประเทศกำลังพัฒนา ประสบกับปัญหาด้านการมีบุตร ทั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผู้หญิงส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะแต่งงานและมีลูกในช่วงอายุที่มากขึ้น ซึ่งสวนทางกับอายุที่เหมาะสมสำหรับการมีบุตรที่อยู่ระหว่าง 20-35 ปี

คำถามต่อมาก็คือ แล้วแพทย์และผู้หญิงที่มีบุตรยากจะทราบได้อย่างไรว่า ร่างกายเหลือไข่อยู่มากน้อยเพียงใด และมีการตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่ดีหรือไม่

นั่นจึงเป็นที่มาของการคิดค้นหาวิธีที่จะช่วยให้คู่สามีภรรยาสามารถวางแผนการตั้งครรภ์ได้อย่างเหมาะสมผ่านการตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมนแอนตี้มูลเลอเรียน (Anti-Mullerian Hormone) หรือ AMH ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากฟองไข่ในรังไข่ ปริมาณของฮอร์โมนจึงสัมพันธ์กับปริมาณไข่ที่เหลืออยู่ในรังไข่ของผู้หญิง จัดเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับใช้เป็นแนวทางในการวางแผนสำหรับการมีบุตร โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก

พญ.พรทิพย์ สิรยาภิวัฒน์
สูตินรีแพทย์และแพทย์ด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กล่าวว่า การตรวจฮอร์โมน AMH สามารถช่วยให้แพทย์ประเมินว่าจะมีโอกาสได้ไข่จากการกระตุ้นมากหรือน้อยเพียงใด เพื่อใช้ในการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ อาทิ การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในประเทศไทย สำหรับผู้หญิงที่กังวลว่าจะแต่งงานช้า หรือแต่งงานแล้วจะมีลูกยาก รวมถึงผู้มีภาวะมีบุตรยากทั้งที่อายุยังน้อย และประสบปัญหากระตุ้นไข่ไม่สำเร็จ

ข้อดีของการตรวจฮอร์โมน AMH ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่ การตรวจทำได้ง่ายดายและสะดวกด้วยการเจาะเลือด โดยไม่ต้องงดน้ำและอาหารล่วงหน้า และสามารถตรวจวันไหนก็ได้โดยไม่ต้องรอช่วงเวลาให้มีรอบเดือนแบบการตรวจสมัยก่อน เนื่องจากฮอร์โมน AMH ไม่ได้สัมพันธ์กับรอบประจำเดือน แถมยังทราบผลในระยะเวลาอันรวดเร็ว (ขึ้นอยู่กับกระบวนการของแต่ละโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ตรวจ) การตรวจฮอร์โมน AMH ช่วยขจัดความเขินอายในการตรวจ จากเดิมการที่ผู้หญิงจะตรวจเช็กไข่ในรังไข่จำเป็นต้องได้รับการตรวจแบบอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด ซึ่งสำหรับบางคนแล้วจะรู้สึกกังวลเพราะเขินอายแพทย์ผู้ตรวจ

อีกทั้งการตรวจฮอร์โมน AMH โดยใช้เครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติลดความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของมนุษย์ หรือ Human Error ซึ่งอาจจะถูกปัจจัยต่าง ๆ ภายนอกมาทำให้การวิเคราะห์หรือวินิจฉัยในแต่ละครั้งมีความคลาดเคลื่อนได้

ปัจจุบันการตรวจฮอร์โมน AMH เพื่อคาดการณ์ปริมาณไข่ที่เหลือในรังไข่ รวมถึงการตอบสนองต่อการกระตุ้นไข่ ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสภาวะการเจริญพันธุ์ของผู้มีบุตรยาก และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนแนวทางการรักษาภาวะการมีบุตรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

รวมถึงการเลือกใช้ปริมาณยาสำหรับการกระตุ้นไข่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ปริมาณยาที่มากหรือน้อยเกินไปในแต่ละเคสของการรักษา

ติดตามข่าวสารผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View