หาไอเดียเพิ่มมูลค่าให้ยางพารากัน! คุยกับ "รศ.อาซีซัน" ผอ.สถาบันวิจัย-พัฒนานวัตกรรมยางพารา

updated: 21 มี.ค. 2560 เวลา 10:34:43 น.

 

ความผันผวนของราคายางพาราที่ดิ่งลง 4 โล 100 บาท เป็นแรงผลักที่ทำให้เกิดกระแสแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางอีกครั้ง แต่ก็ยังมีอุปสรรคนานัปการที่ทำให้นโยบายเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศของภาครัฐ และลดการพึ่งพาการส่งออก เดินหน้าไปไม่ไกลเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่เมืองไทยมีพื้นที่ปลูกยางมากถึง 22 ล้านไร่ ในพื้นที่กว่า 60 จังหวัด มีเกษตรกรชาวสวนยางกว่า 1.5 ล้านครัวเรือน



อย่างไรก็ตามกลับมีความคืบหน้าในกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางและเอกชนบางราย หลังจากที่มีการนำงานวิจัยและองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่อยู่ในสถาบันการศึกษาออกมาถ่ายทอดสู่เชิงพาณิชย์มากขึ้นจนกลายเป็นสินค้าฮอตฮิต เช่น หมอนยางพารา แผ่นปูพื้นสนามกีฬา ยางปูสระเก็บกักน้ำ ยางล้อ ถุงมือยาง เป็นต้น



"รองศาสตราจารย์อาซีซัน แกสมาน" ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมยางพารา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญการเพิ่มมูลค่ายางพาราและต้นแบบการผลิตยางฟองน้ำเพื่อต่อยอดไปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ



บอกกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ทิศทางที่รัฐบาลผลักดันและเกษตรกรกำลังขับเคลื่อนการแปรรูปอยู่ในตอนนี้เดินมาถูกทางแล้ว ขณะที่สถาบันแห่งนี้ก่อตั้งขึ้น



เมื่อปี 2554 เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและบูรณาการงานวิจัยยางพาราของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ (Value Chain) ครบวงจรตั้งแต่การปลูก การกรีด การแปรรูป งานวิจัย/พัฒนา และถ่ายทอดงานวิจัยสู่ผู้ประกอบการ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร จนถึงระดับอุตสาหกรรม



ทั้งนี้ แนวทางการพัฒนายางพารา แบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.การสร้างศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์และทดสอบยางพาราที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนการทดสอบผลิตภัณฑ์แก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งเป็นหน่วยงานที่ร่วมให้บริการตรวจสอบคุณภาพและออกใบรับรองผลิตภัณฑ์ยางพารา ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ออกประกาศมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยางพาราไปแล้ว เช่น หมอน ที่นอน ยางแผ่นปูพื้นสนามกีฬา เป็นต้น



ปัจจุบันมีผู้ประกอบการส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยางมาตรวจแล้ว แต่ในกระบวนการรับรองมาตรฐานจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก สมอ. โดยเฉพาะหมอนยางพารา กลุ่มลูกค้าชาวจีนมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติ 100% ไม่มียางสังเคราะห์ผสมเข้าไป เพราะยางพาราจะมีคุณสมบัตินิ่ม นอนสบาย และยังเป็นห่วงเรื่องสารตกค้างบางชนิด ดังนั้นถ้ามีศูนย์ทดสอบและรับรองผลิตภัณฑ์ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค



แนวทางที่ 2 คือ งานวิจัยและพัฒนา ซึ่งต้องเน้นเรื่องนวัตกรรมทั้งการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยี เช่น การพัฒนาวัสดุใหม่ที่อาจไม่ใช่ยางพารา 100% แต่มียางไปผสมเพื่อทำให้การแปรรูปง่ายขึ้น เรียกว่ายางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก มีคุณลักษณะเด่นเหมาะสำหรับการใช้งานเพราะยืดหยุ่นเหมือนยาง แต่เป็นผลิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศให้มากขึ้น เช่น รองเท้าทั่วไป รองเท้าบูต ท่อน้ำ หรือภาชนะต่าง ๆเป็นต้น แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นทดลองวิจัยยังไม่ออกมาสู่เชิงพาณิชย์



สำหรับแนวทางที่ 3 คืองานบริการวิชาการและถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเอางานวิจัยของมหาวิทยาลัยมาถ่ายทอดให้กับกลุ่มเกษตรกรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น เทคนิคกระบวนการผลิตยางฟองน้ำ ซึ่งเป็นวัตถุดิบขั้นต้นที่จะต่อยอดไปสู่การผลิตโปรดักต์ได้หลากหลาย เช่น หมอน/ที่นอนยางพารา ถุงมือเคลือบยาง



"โอกาสทางการตลาดยังมีอีกเยอะ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงผลิตภัณฑ์รองรับสังคมผู้สูงอายุ หรือวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ในโรงพยาบาล เพราะยางพารามีความยืดหยุ่นสูง ลดแรงกระแทก หรือลดการบาดเจ็บจากการหกล้ม ถ้าสามารถดึงคุณสมบัติเด่นของยางมาใช้ให้เหมาะสมก็จะมีผลิตภัณฑ์ให้ใช้ในครัวเรือนเยอะมาก"



สำหรับตลาดหมอนยางพาราซึ่งกำลังเติบโตมากนั้น ถ้าเป็นหมอนยางพาราธรรมชาติแท้ 100% ก็ยังมีโอกาสทางการตลาดอีกมาก เพราะเทรนด์ผู้บริโภคทั่วโลกมีความต้องการสินค้าจากธรรมชาติมากขึ้น ขณะที่จำนวนประชากรก็เพิ่มมากขึ้นทุกปี



รศ.อาซีซันยังมีมุมมองว่า ทุกครัวเรือนต้องใช้หมอนกันทั้งนั้นและประมาณ 2-3 ปีก็ต้องเปลี่ยนแล้ว อีกทั้งภาคการท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ตขยายตัว หมอน/ที่นอนก็เกิดตลาดขึ้นทุกวัน อีกทั้งเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศก็มีจำนวนกว่า 1.5 ล้านครัวเรือน หรือกว่า 9 ล้านคน ถ้าแต่ละคนเปลี่ยนหมอนปีเดียวก็ 9 ล้านใบแล้ว ซึ่งตอนนี้มีผู้ผลิตหมอนยางพาราราว 30 ราย ที่ใช้องค์ความรู้จากการถ่ายทอดโดยตรงจาก ม.สงขลานครินทร์ และไปเรียนรู้ซึ่งกันและกันเองด้วย



อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้ผลิตหมอนอย่างเดียว เพราะยังสามารถทำผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีกหลายชนิด เช่น รองเท้าบูต รองเท้านักเรียน หากใช้ครัวเรือนละ 2 คู่ ถ้า 2 ปีเปลี่ยนครั้งก็ผลิต 1.5 ล้านคู่ต่อปี หรือไม้กวาดเก็บยาง/จอกยาง ซึ่งชาวสวนยางทุกคนต้องมีไว้ใช้



"ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศทีละนิด ๆ จากหมื่นตันขยับขึ้นเป็นแสนตันได้ แต่ต้องสร้างเครือข่ายผู้บริโภค โดยเฉพาะชาวสวนยาง ถ้าไม่ใช่ยางพารา เราไม่ซื้อ ทำไมเราหาตังค์ด้วยความยากลำบาก แต่ไปซื้อที่นอนใยสังเคราะห์หรือรองเท้าพลาสติก หมอนของเกษตรกร ผมมั่นใจ 100% เป็นยางธรรมชาติ ซึ่งจะมีตำหนิ เว้าแหว่งบ้าง แต่ถ้าสวย เนี้ยบกว่า สงสัยได้เลยว่าไม่ได้ผลิตจากยางธรรมชาติแท้" รศ.อาซีซัน



แนะวิธีการเลือกใช้หมอนยางพาราธรรมชาติ พร้อมกับย้ำว่า



"วันนี้ตลาดและกำลังซื้ออยู่ในมือเกษตรกร เพราะพ่อค้าทำสินค้าก็นำกลับมาขายเราอยู่ดี ดังนั้นเราจะต้องระเบิดจากข้างใน ทำเอง ใช้เอง"



รศ.อาซีซันทิ้งท้ายด้วยว่า จุดอ่อนของการแปรรูปยางคือต้องเอาภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย มีการออกแบบดีไซน์ให้ตรงรสนิยมผู้บริโภค และพัฒนาเครื่องจักรให้ทันสมัย รวมทั้งรับรองคุณภาพมาตรฐานสินค้า เพราะยังมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมากทั้งในเมืองไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม