“อธ.อุทยาน”แจ้งหมิ่น”อดีตที่ปรึกษากรมฯ”หลังถูกแจ้งความทำให้รัฐเสียประโยชน์ คดีรุกป่าเขาสอยดาว

updated: 20 มี.ค. 2560 เวลา 20:02:50 น.

 

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 มีนาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายณัฐพงศ์ แก้วเขื่อนขันธ์ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ รับมอบอำนาจจาก นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ เข้าพบ ร.ต.อ.จักรี กุลแก้ว รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสุนทร วัชรกุลดิลก อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมายกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในข้อหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ กรณีนายสุนทร แจ้งความดำเนินคดี นายธัญญาและพวก ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรมและความผิดเกี่ยวกับเอกสารและความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง กรณีคดีบริษัทสวนจันทบุรี จำกัด บุกรุกป่าเขาสอยดาว ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เพื่อสร้างสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ โดยนำบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน สภ.โป่งน้ำร้อน และข่าวที่ลงตามสื่อมวลชน มามอบไว้เป็นหลักฐาน

นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า เมื่อปี 2545 ขณะที่นายสุนทร ยังรับราชการอยู่ผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ดำเนินคดีกับบริษัทสวนจันทบุรี จำกัด ที่บุกรุกพื้นที่เขาสอยดาว หมู่ 2 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เพื่อทำสนามกอล์ฟสอยดาวไฮแลนด์ จำนวน284ไร่เศษ มูลค่า 43 ล้านบาท ต่อมาเมื่อปี 2557 ศาลชั้นต้นยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่านายสุนทร ไม่มีหลักเขตที่ชัดเจนจึงยกประโยชน์ให้จำเลย จากนั้นเมื่อปี 2558 นายธัญญา เข้ามาเป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ และสั่งอุทธรณ์คดี กระทั่งศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษ นายประยุทธ ปุณศรี และนายธีระพงษ์ นวนวิลัย ตัวแทนบริษัทฯ ให้ออกจากที่ดินและปรับเงินจำนวน 150,000 บาท ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นทราบว่า นายสุนทร เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ อธิบดีกรมอุทยานฯ ในข้อหาทำให้รัฐเสียประโยชน์จากการสูญเสียผืนป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ป่าสงวนแห่งชาติเขาสอยดาว เนื่องจากมีการแก้ไขพยานเอกสารเปลี่ยนแปลงเส้นแนวเขตในพยานเอกสารที่ส่งให้ศาลอุทธรณ์ เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง อีกทั้งสามารถฟ้องชนะคดี บริษัทสวนจันทบุรี จำกัด แล้วมาแจ้งความกล่าวหาว่าเอื้อประโยชน์ให้นายทุนได้อย่างไร ส่วนเรื่องการรังวัดแนวเขตที่ดินต่างๆ ที่ทับซ้อนกันนั้นทางกรมอุทยานฯ ให้ข้อมูลไปยังคณะทำงานวันแมปของรัฐบาล เพื่อให้เหลือเพียงเส้นแนวเขตเดียวแล้ว

ด้าน พนักงานสอบสวน ได้รับเรื่องพร้อมสอบปากคำผู้ร้องไว้ ก่อนนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป



ที่มา  มติชนออนไลน์
 
 
Desktop View