ล้างให้ดี! เผยผลตรวจผัก-ผลไม้ ปี 59 "คะน้า-ถั่วฝักยาว" พบวัตถุอันตรายทางการเกษตรตกค้าง

updated: 20 มี.ค. 2560 เวลา 16:55:13 น.

 

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์ฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 14 แห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ได้ดำเนินงานเฝ้าระวังความปลอดภัยของผักสด ผลไม้สดในประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ส่วนการเฝ้าระวังโดยการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยสถานการณ์การตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผักและผลไม้ที่ผลิตภายในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ ระหว่างปี 2556-2559 มีการสุ่มตรวจผักและผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศประมาณ 800 ตัวอย่างต่อปี พบการตกค้างประมาณร้อยละ 10

"ส่วนปี 2559 ได้มีการสุ่มเก็บผักและผลไม้สดที่คนไทยนิยมบริโภคสูงจากตลาดค้าส่งจาก 5 ภาค ภาคละ 2 จังหวัด ผลไม้สด ได้แก่ ส้ม มะม่วง ฝรั่ง เงาะ ลิ้นจี่ ลำไย แก้วมังกร ชมพู่ รวม 99 ตัวอย่าง ตรวจพบสารตกค้างร้อยละ 51 จากการตรวจทั้งผลรวมเปลือก ซึ่งมีผลไม้ที่สารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน ร้อยละ 7 ทั้งนี้ ชนิดสารเคมีที่มีอัตราตรวจพบสูง คือ คาร์เบนดาซิม และไซเปอร์มีทริน ส่วนผักสด ได้แก่ คะน้า ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง แตงกวา พริกขี้หนู ผักชี โหระพา และมะเขือเปราะ จำนวน 112 ตัวอย่าง มีสัดส่วนการตกค้างร้อยละ 50 และร้อยละ 5 ของผักสดดังกล่าวมีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน รวมทั้งตรวจพบการตกค้างวัตถุอันตรายทางการเกษตรห้ามใช้ 2 ชนิด ได้แก่ เอนโดซัลแฟน และเมธามิโดฟอสในคะน้าและถั่วฝักยาว 3 ตัวอย่าง" นพ.สุขุม กล่าว

นพ.สุขุม กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาในช่วงปี 2555-2557 ได้จัดทำโครงการพัฒนาตลาดกลางค้าส่งผัก/ผลไม้สด และเมกะสโตร์ (megastores) เพื่อส่งเสริมให้ตลาดค้าส่งทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 29 แห่ง แหล่งรวบรวมสินค้าของห้างค้าปลีก (modern trade) แหล่งรวบรวม ตัดแต่ง และคัดแยกผักและผลไม้ กลุ่มเกษตรกรและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้มีห้องปฏิบัติการตรวจสอบเบื้องต้นหรือระบบตรวจสอบสินค้าและผลผลิตของตนเอง และในช่วงเดือนธันวาคม 2559 ถึงเดือนมกราคม 2560 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เก็บตัวอย่างผักสด 12 ชนิด จำนวน 42 ตัวอย่าง และผลไม้สด 5 ชนิด จำนวน 18 ตัวอย่าง ผลการตรวจพบสารตกค้างเพียง 3 ตัวอย่างที่เกินค่ามาตรฐานกำหนด รวมทั้งกำลังดำเนินการสำรวจคุณภาพและความปลอดภัยของส้ม ทั้งที่ปลูกภายในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนั้นได้ศึกษาประเมินความเสี่ยงการได้รับสารพิษตกค้าง

"ผู้บริโภคสามารถบริโภคผักผลไม้ได้อย่างปลอดภัย โดยเลือกซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้ และก่อนบริโภคล้างอย่างถูกวิธี เช่น การล้างด้วยน้ำไหลผ่าน การแกะกลีบ ใบ ตัดส่วนที่ไม่รับประทานออก หรือเคาะดินออกจากรากก่อนนำไปล้างด้วยความแรงของน้ำพอประมาณ คลี่ใบผักแล้วถูไปมาบนผิวใบของผักผลไม้นานประมาณ 2 นาที จะช่วยลดสารพิษลงได้ร้อยละ 25-65 การใช้ผงฟูหรือเบกกิ้งโซดาครึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดา 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด ช่วยลดสารพิษได้ร้อยละ 90-95 การใช้น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดช่วยลดสารเคมีได้ร้อยละ 60-84 และช่วยลดไข่พยาธิได้อีกด้วย" นพ.สุขุม กล่าว




ที่มา มติชนออนไลน์
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม