กทค.ตรวจสอบการใช้คลื่น2300 เคลียร์เงินเยียวยา"ทรูมูฟ-ดีพีซี"

updated: 20 มี.ค. 2560 เวลา 22:00:52 น.

 

"กทค." ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้คลื่น 2300 MHz ประสาน สตง. สรุปตัวเลขเงินเยียวยาหลังสิ้นสุดสัมปทาน 1800 MHz "ทรูมูฟ-ดีพีซี" ทั้งไม่รับอุทธรณ์ "เอไอเอส" ร้องยอดเงินเยียวยาสัมปทาน 900 MHz ฝั่ง "กสทช.สุภิญญา" ต้องคำพิพากษาให้พ้นวาระ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ล่าสุด (15 มี.ค. 2560) มีมติรับทราบแผนการใช้คลื่นความถี่ 2300 MHz ของ บมจ.ทีโอที และให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งานเพื่อไม่ให้ขัดกับกฎหมาย และระเบียบของ กสทช. ซึ่งขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่า แผนที่ทีโอทีเสนอมาทำได้ทั้งหมดหรือไม่ เพราะต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งบอร์ด กทค.แค่รับทราบว่า ทีโอทีมีสิทธิใช้คลื่น 60 MHz ถึงปี 2568

ส่วนการใช้งานคลื่นต้องเป็นไปตามมติ กทค.เคยกำหนดไว้ คือต้องใช้ตามวัตถุประสงค์และวิธีการใช้ตามที่กฎหมายกำหนด บางส่วนอาจคาบเกี่ยวกับที่ทีโอทีออกทีโออาร์ไป ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายจะให้คณะทำงานเข้าไปให้คำแนะนำเกี่ยวกับทีโออาร์ เพื่อไม่ให้ขัดกฎหมาย และไม่ทำให้โครงการทีโอทีหยุดชะงัก

ส่วนการนำส่งเงินรายได้ในช่วงเยียวยาหลังสิ้นสุดสัมปทานบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 MHz ของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอล โฟน (ดีพีซี) จำกัด ซึ่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2560 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งหนังสือเร่งรัดให้ กสทช.ตรวจสอบการนำส่งรายได้ เนื่องจากสิ้นสุดสัมปทาน 3 ปีแล้ว สำนักงาน สตง.จึงขอตรวจสอบคู่ขนานไปกับการทำงานของบอร์ด กทค. โดยขอให้สำนักงาน กสทช.ส่งข้อมูลและเอกสารให้ สตง. โดยตรง

"กสทช.ยินดีเชิญเอกชนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ผ่านมายังมีข้อมูลขัดแย้งกันในแต่ละฝั่ง ข้อมูล สตง.เป็นตัวเลขสุดท้ายในการออกคำสั่งทางปกครอง คาดว่า พ.ค.จะได้ข้อยุติ เพื่อออกคำสั่งทางปกครองที่ดีที่สุด"

สำหรับกรณีรายได้ช่วงเยียวยาหลังสิ้นสุดสัมปทาน 900 MHz ของ เอไอเอส บอร์ด กทค.มีมติไม่รับอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของเอไอเอส หลังสำนักงาน กสทช.สั่งให้เอไอเอสนำส่งรายได้ช่วงเยียวยา ระหว่าง 1 ต.ค. 2558-30 มิ.ย. 2559 เป็นจำนวน 7,221.00 ล้านบาท พร้อมดอกผลที่เกิดขึ้น

"เอไอเอสอุทธรณ์มาว่า ยังไม่มีโอกาสชี้แจง กทค. จึงมีมติไม่รับอุทธรณ์ แต่ในหนังสือที่ส่งมามีการเสนอข้อเท็จจริงใหม่ หากต้องการให้บอร์ดพิจารณาข้อเท็จจริงใหม่ก็ยื่นมาได้ แต่ในส่วนของคำสั่งทางปกครองที่ให้นำส่งเงินช่วงเยียวยา สำนักงาน กสทช.ส่งไปเมื่อ 3 ก.พ. 2560 ระบุให้จ่ายเงินใน 30 วัน หากจะโต้แย้งให้ยื่นฟ้องศาลปกครองใน 90 วัน"

และบอร์ด กทค.มีมติยกเลิกการประกาศให้บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดในบริการอินเทอร์เน็ต เนื่องจากเห็นว่าตลาดมีการแข่งขันสูง และส่วนแบ่งของทรูลดลงใกล้เคียงกับ 3BB แล้ว

ส่วนกรณีนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ต้องคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีกลุ่มองค์กรภาคประชาชนนำผู้ชุมนุมบุกรัฐสภาเมื่อปี 2550 เพื่อขัดขวางไม่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่างกฎหมาย โดยศาลตัดสินว่ามีความผิดจริง แต่ให้รอการกำหนดโทษจำเลยทั้งหมดเป็นเวลา 2 ปี และ กสทช.สุภิญญาได้แจ้งว่าจะทำบันทึกแจ้งเลขาธิการ กสทช. ว่าจะยุติการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่รับค่าตอบแทน ระหว่างให้สำนักงานตีความกฎหมาย หากตีความว่าคำพิพากษามีผลให้ต้องขาดคุณสมบัติเป็นกรรมการ กสทช.ตามมาตรา 7 (7) พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่ระบุว่าต้องไม่เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ามีความผิดใด เว้นแต่เป็นความผิดอันกระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาทถือว่าสิ้นสภาพการเป็น กสทช. ตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า ได้แจ้งกับ กสทช.สุภิญญาแล้วว่า หากทำหนังสือมาก็จะรีบนำเสนอที่ประชุม กสทช.ในสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณาทันที

"หากต้องพ้นวาระ ก็ไม่กระทบกับการทำงานของบอร์ด กสท.หรือ กสทช. เนื่องจากตามคำสั่ง คสช.ที่ 75/2559 ระบุว่า ให้บอร์ดยังทำงานต่อไปได้ไม่ต้องสรรหาไปจนกว่าจะเหลือกรรมการไม่ถึง 6 คน ดังนั้นหาก กสทช.สุภิญญาพ้นวาระ บอร์ด กสท.ก็ยังเหลือ 3 คน ทำงานต่อได้ หากเหลือน้อยกว่านั้นอีก บอร์ด กสทช.ก็ยังทำหน้าที่บอร์ด กสท.หรือ กทค.ได้"

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม