TCC LAND ASSET WORLD ทุ่มงบ 6 พันล้านบาท ดัน SMEs ไทยสู่เวทีโลก

updated: 20 มี.ค. 2560 เวลา 16:00:18 น.

 

TCC LAND ASSET WORLD ทุ่มงบ 6 พันล้านบาท ดัน SMEs ไทยสู่เวทีโลก ปักธงผู้นำการค้าภูมิภาคอาเซียนปั้น บริษัท ตลาดต่อยอด เออีซี จำกัด เปิดโครงการ “ตลาดกลางการค้าแห่งภูมิภาคอาเซียน AEC Trade Center”

บริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเซ็ทเวิร์ล จำกัด (TCC Land Asset World) เล็งเห็นศักยภาพของกลุ่มผู้ผลิต และผู้ประกอบการทั้งในประเทศไทยและแถบภูมิภาคอาเซียน ผุดบริษัทในเครือ บริษัท ตลาดต่อยอด เออีซี จำกัด พร้อมทั้งเปิดตัว “โครงการตลาดต่อยอด เออีซี เทรดเซนเตอร์” ตลาดกลางการค้าครบวงจรแห่งภูมิภาคอาเซียนแห่งแรกในไทย ที่รวบรวมสินค้าและบริการ จากผู้ผลิต และผู้ประกอบการทั่วประเทศ ตลอดจนสินค้านำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ส่งออก เจ้าของธุรกิจ การค้าส่ง การค้าปลีก ผู้ขายสินค้าออนไลน์ ลูกค้าองค์กร ตลอดจนเปิดโอกาสและส่งเสริมให้ธุรกิจในทุกระดับได้ค้าขายในระดับประเทศ และนานาชาติ สอดรับกับนโยบายการเปิดตลาดสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เล็งทุ่ม 4 หมื่นล้าน ขยายสาขาปักธงหัวเมืองใหญ่เพิ่ม 8 แห่ง ใน 3-5ปี

โสมพัฒน์ ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท TCC  Land Asset World กล่าวว่า “กลุ่มบริษัท ทีซีซี แลนด์ แอสเซ็ทเวิร์ล  เล็งเห็นถึงศักยภาพของกลุ่มผู้ผลิต และผู้ประกอบการทั้งในประเทศไทย และประเทศในแถบภูมิภาคอาเซียน โดยเดินหน้าเป็นพัฒนา “โครงการตลาดต่อยอด เออีซี เทรดเซนเตอร์” แห่งแรกที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยได้มอบหมายให้บริษัท ตลาดต่อยอด เออีซี จำกัด เป็นผู้ดูแลโครงการนี้โดยมุ่งพัฒนาให้เติบโตต่อยอดสู่การเป็น “ศูนย์กลางเครือข่ายการค้าแห่งอาเซียน” และเป็นโมเดลตลาดกลางครบวงจรแห่งแรกในไทย ที่สร้างเครือข่าย ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ บริการทางการเงินต่างๆรวมไว้ในสถานที่เดียวกัน   โดยมุ่งเจาะกลุ่มการค้าในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ  ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 6 พันล้านบาท เป็นการก่อสร้าง 4,000 ล้านบาท และงบลงทุนที่ดินราว 2,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 160 ไร่ คิดเป็นพื้นที่การค้ารวม 300,000 ตารางเมตร เป็น sourcing hub หรือเป็นตลาดกลางการค้าสินค้าอุตสาหกรรมแห่งแรกของประเทศคาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จภายในปีนี้ และเปิดบริการในปี 2561”



ทั้งนี้ความคืบหน้าโครงการ ขณะนี้ก่อสร้างได้ 25% มีลูกค้าที่เข้ามาจับจองเช่าพื้นที่แล้วราว 20% คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จเริ่มเปิดให้บริการไตรมาสแรกปี 2561 โดยในโครงการแบ่งเป็น 10 อาคาร เช่น อาคารเสื้อผ้าสิ่งทอ แฟชั่น เครื่องประดับ อาคารอาหาร บรรจุภัณฑ์ และศูนย์จัดแสดงสินค้า อาคารวัสดุก่อสร้าง อาคารสินค้าอุปกรณ์ประดับยนต์ เครื่องมือช่าง อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ ประเมินว่าจะมีสินค้าจากผู้ประกอบการในโครงการนี้กว่า 2 ล้านเอสเคยู นอกจากนี้ยังมีแผนลงทุนก่อสร้างตึกบริเวณใกล้เคียงอาคารเฟสแรกของโครงการฯเพิ่มเติม ขนาดพื้นที่ 6 ไร่ คาดใช้งบลงทุน 100-200 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นตึกรวบรวมสินค้ากลุ่มเทรนดี้ เช่น สินค้าไอที เทคโนโลยีต่าง ๆ

ขณะเดียวกันยังได้มุ่งเน้นการพัฒนาด้านการค้าและบริการให้เป็น “วันสต็อปเซอร์วิส”เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าครอบคลุมทุกประเภทใหญ่ที่สุดในไทย โดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากภาครัฐบาล และเอกชน อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ, ธนาคารพาณิชย์, และมีอีกหลายองค์กรที่จะเข้ามาเป็นพันธมิตรทั้ง องค์กรด้านวิทยาศาสตร์ สมาคมการค้า สายการบินชั้นนำ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และธนาคารเอกชนอีกมากมายเพื่อยกระดับ สร้างศักยภาพให้กับ SMEs ของประเทศไทย และเม็ดเงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศให้ดีพัฒนาสู่ความมั่นคงยิ่งขึ้น ได้เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการลงนามข้อตกลงเบื้องต้นร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ ที่จะเข้ามาส่งเสริมด้านคุณภาพสินค้า ตลาด ช่องทางการจำหน่าย แพ็คเกจจิ้ง และมาตรฐานสินค้าเพื่อขยายตลาด ส่งออก ให้แก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในโครงการนี้ ตลอดจนมีบริการผ่านพันธมิตรด้านโลจิสิติกส์ 4-5 ราย  สำหรับการเช่าพื้นที่ภายในโครงการเปิดรับผู้ประกอบการโรงงาน ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ ผู้ค่าส่ง โดยมีพื้นที่ให้เช่าเริ่มต้น 20 ตร.ม.ราคา 1 หมื่นบาทต่อเดือนราคาให้เช่าพื้นที่ตร.ม.ละ 500-1,000 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้บริษัทได้นำทีมงานซึ่งมีความเชียวชาญด้านการพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ชเข้ามาเสริมการบริหารงานของโครงการฯโดยจะมีระบบเรทติ้งของผู้ขายแต่ละรายในแพลตฟอร์มนี้ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อมากขึ้น รวมถึงพัฒนารูปแบบออมนิ แชนแนล หรือการส่งเสริมการขายและการทำตลาดแบบผสมผสานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยมองเป็น โอกาสดีที่ภาครัฐสนับสนุนผู้ประกอบการสอดรับ กับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รวมถึงโอกาสการขยายตัวของเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ มีธุรกิจส่วนตัวกันมากขึ้น จึงต้องการตลาดที่เป็นแหล่งรวมสินค้าและบริการที่หลากหลายตอบโจทย์การค้า และต่อยอดธุรกิจของตัวเอง

มั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการขายของได้มาก มีกำไรต่อหน่วยมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน และเมื่อผู้ประกอบการเข้ามาเช่าพื้นที่ภายในโครงการก็ช่วยให้พวกเขาสามารถตั้งราคาขายเองได้ และมีพื้นที่โชว์เคสสินค้าด้วย หากผู้ซื้อต้องการสั่งซื้อซ้ำ เราก็มีบริการสั่งซื้อออนไลน์อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรค้าส่งรายอื่น ๆ เผื่อผลักดันให้เกิดเป็นศูนย์กลางเครือข่ายการค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับเครือข่ายค้าส่งของจีน

และมีแผนจะขยาย “โครงการตลาดต่อยอดฯ” ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เช่นภาคกลาง กรุงเทพฯ ตอนบน, ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางสำหรับธุรกิจการค้าระหว่างในไทย และอาเซียน โดยคาดว่าจะเปิดรูปแบบ “โครงการตลาดต่อยอดฯ” เพิ่มอีก 8 แห่งในไทย ภายในระยะเวลาอี 3 – 5 ปี จากนี้ คาดว่าจะใช้งบการลงทุนรวม 40,000 ล้านบาท ส่วนพื้นที่ต่อสาขาอยู่ที่ประมาณ 100 ไร่ขึ้นไป โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างมองหาทำเลเพื่อจัดตั้งโครงการสาขาอื่นๆ ในไทย ทั้งทำเลจ. เชียงใหม่ ที่คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในอีก 2 ปีข้างหน้า, จ. ชลบุรี, ภาคอีสาน จ.อุดรธานี รวมถึง อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งมีพื้นที่ใกล้ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจน อ.ชะอำ จ. เพชรบุรี ซึ่งทำเลที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เรียกได้ว่าเป็นประตูสู่อาเซียนอย่างแท้จริง เป็นศูนย์กลางสำหรับธุรกิจการค้าระหว่างภูมิภาคและระหว่างอาเซียน โดยคาดว่าในปี 2568 จะมีโครงการครอบคลุมครบทุกภูมิภาคทั่วประเทศ  ภายใต้แนวคิด “เติบโตไปด้วยกัน ต่อยอดไปได้ไกล” กับแผนธุรกิจแห่งอนาคต สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานขาย โครงการตลาดต่อยอด 035-909-888
 
 
Desktop View