นิวซีเเลนด์ ขับนักการทูตสหรัฐออกจากประเทศ หลังไม่ยอมให้ตำรวจสอบปากคำ

updated: 20 มี.ค. 2560 เวลา 15:23:28 น.

 

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า ทางการนิวซีแลนด์แจ้งต่อสถานทูตสหรัฐในกรุงเวลลิงตัน ให้ขับนักการทูตอเมริกันผู้หนึ่งออกนอกประเทศ ภายหลังปฏิเสธไม่ยินยอมให้ตำรวจนิวซีแลนด์สอบปากคำในคดีที่เขามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามทางตำรวจนิวซีแลนด์และสถานทูตสหรัฐฯในกรุงเวลลิงตันต่างปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลแก่สื่อมวลชน ว่าคดีดังกล่าวเป็นเรื่องใด มีเพียงรายงานจากสถานีวิทยุท้องถิ่นระบุว่า นักการทูตคนนี้ได้เดินทางออกจากนิวซีแลนด์ไปแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยจมูกของเขาหักและดวงตาเป็นรอยช้ำ

ด้านกระทรวงต่างประประเทศนิวซีเเลนด์ เเถลงว่า เจ้าหน้าที่ทูตทุกคนที่ทำงานในนิวซีแลนด์ จะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองให้รอดจากการถูกดำเนินคดี ตามอนุสัญญาเวียนนา ปี 1961 ว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต แต่ทางนิวซีแลนด์แจ้งชัดก่อนหน้านี้แล้วว่า เจ้าหน้าที่ทูตทุกคนต้องเคารพกฎหมายของนิวซีแลนด์ และต้องระงับการใช้เอกสิทธิ์หากถูกกล่าวหาพัวพันคดีอาชญากรรมร้ายแรง

ขณะที่ สถานทูตสหรัฐที่กรุงเวลลิงตัน ขอไม่แสดงความเห็นใดๆ เนื่องจากเป็นคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการสืบสวนอยู่ เเต่ทางการสหรัฐจะไม่ละเลยหากเจ้าหน้าที่ของตนมีความประพฤติบกพร่อง

ทั้งนี้ สถานทูตสหรัฐในกรุงเวลลิงตันของนิวซีเเลนด์ ยังไม่มีเอกอัครราชทูตถาวรประจำอยู่ หลังจากเอกอัครราชทูตคนเดิมที่แต่งตั้งโดยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ถูกเรียกกลับประเทศโดยมีคำสั่งจากรัฐบาลนายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา



 
 
Desktop View