ตลาดน้ำดื่ม 4.3 หมื่นล้านโตไม่หยุด "คริสตัล-สิงห์-เนสท์เล่"ขยายโรงงานรับดีมานด์พุ่ง

updated: 21 มี.ค. 2560 เวลา 08:15:54 น.

 

สมรภูมิน้ำดื่ม 4.3 หมื่นล้าน เดือด ! ทะลุปรอท ขาใหญ่แห่ลงทุนโรงงาน-ขยายไลน์ผลิต รับดีมานด์โตสะพัด 11-12% ต่อปี "คริสตัล" เดินเครื่อง รง.สุราษฎร์ธานี พร้อมแผนลงทุนเพิ่ม "ช้าง" แตกไลน์น้ำแร่ขวดเขียว เร่งปูพรมสินค้าเจาะ 7-11 พร้อมโปรโมตผ่านมิวสิกอีเวนต์ ด้าน "เซเว่น" ส่งเอสเคยูน้ำแร่ใหม่ พ่วงชาเขียวผงเพิ่มมูลค่า ส่วน "สิงห์-เนทส์เล่" ทุ่มขยายกำลังผลิตรับออร์เดอร์โตกระฉูด

ความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากปัจจัยทั้งสภาพอากาศเมืองไทยที่ร้อนอบอ้าวตลอดทั้งปี รวมถึงกระแสการดูแลสุขภาพที่เข้มข้นมากขึ้น ทำให้ช่วง 1 ปีที่ผ่านมาจะเห็นภาพของผู้ประกอบการรายใหญ่แทบทุกราย ออกมาจัดทัพลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการป้อนสินค้าสู่ตลาด พร้อมกับความดุเดือดในด้านของแคมเปญการสร้างแบรนด์ การทำโปรโมชั่นราคาเพื่อชิงยอดขายกันอย่างคึกคัก

"คริสตัล" ลงทุนโรงงานใหม่

รายงานจากบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ได้เริ่มเดินเครื่องโรงงานแห่งใหม่ที่สุราษฎร์ธานี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้สอดรับกับความต้องการของตลาดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิต 100 ล้านลังต่อเดือน จากโรงงานทั้งหมด 15 แห่ง (โรงงานของเสริมสุข 6 แห่ง และโรงงานในเครือไทยเบฟอีก 10 แห่ง) จะเพิ่มเป็น 1.2 ล้านลังต่อเดือนต่อโรงงาน ตลอดจนเป็นการลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าสู่ภาคใต้ได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนสร้างโรงงานเพิ่มอีกปีละ 1 แห่ง ภายในระยะเวลา 4-5 ปีจากนี้ มูลค่าการลงทุน 150 ล้านบาทต่อแห่ง เพื่อรองรับกับโอกาสการเติบโตในอนาคตด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังเตรียมลงทุนด้านการสร้างแบรนด์ ผ่านทีวีซี สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อนอกบ้าน โซเชียลมีเดีย ฯลฯ เพื่อตอกย้ำการรับรู้ และทำโปรโมชั่นร่วมกับคู่ค้าในช่องทางค้าปลีก ให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่น ๆ และผลักดันยอดขายให้มีการเติบโต

ด้านนายเมทิอัส รีห์เล ผู้จัดการระดับภูมิภาคเอเชีย กลุ่มธุรกิจน้ำดื่มเนสท์เล่ระบุว่า ที่ผ่านมาได้มีการลงทุน 1,800 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงานผลิตน้ำดื่มแห่งที่ 2 ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเริ่มเดินเครื่องการผลิตไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมีกำลังผลิต 500 ล้านขวดต่อปี เพื่อตอบรับความต้องการน้ำดื่มในภาคใต้ 14 จังหวัดที่มีผู้บริโภคกว่า 10 ล้านคน และความต้องการของน้ำดื่มบรรจุขวดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาการจัดตั้งโรงงานผลิตน้ำดื่มแห่งที่ 3 เพิ่มในช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ หากอัตราการเติบโตของตลาดยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

"ช้าง" เปิดศึกน้ำแร่

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเบียร์ช้าง และน้ำดื่มช้าง ได้เปิดตัว "น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง" จากแหล่งน้ำชั้นหินของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเริ่มวางขายตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในช่องทางร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ฯลฯ ราคา 10 บาท ขนาด 460 มล. ในแพ็กเกจจิ้งสีเขียวมรกต โทนเดียวกับขวดของเบียร์ช้าง และให้ภาพลักษณ์พรีเมี่ยมเช่นเดียวกับน้ำแร่นำเข้าจากต่างประเทศที่นิยมใช้ขวดสีเขียวเป็นบรรจุภัณฑ์ ภายใต้การผลิตของบริษัท เบียร์ทิพย์ บริวเวอรี่ (1991) จำกัด ที่ตั้งอยู่ในอำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของฐานการผลิตหลักของเบียร์ช้าง

โดยการทำตลาดและสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์ในช่วงแรก ใช้การเข้าไปจำหน่ายในมิวสิกอีเวนต์ที่ช้างเข้าไปสนับสนุนการจัดคอนเสิร์ต หรือเทศกาลดนตรีต่าง ๆ อาทิ Transmission งานดนตรีอีดีเอ็ม (อิเล็กทรอนิกส์ แดนซ์ มิวสิก) รวมถึงลานเบียร์ช้างที่จัดขึ้นในโลเกชั่นต่าง ๆ อาทิ เดอะ สตรีท รัชดา เป็นต้น ตลอดจนการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์ในอีเวนต์กีฬา เช่น เขาค้อ มาราธอน 2017

ส่วนด้านของ "เซเว่น ซีเล็ค" สินค้าเฮาส์แบรนด์ของร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกสินค้าใหม่น้ำแร่พร้อมซองผงชาเขียวมัทฉะ โดยผงของชาเขียวผลิตโดยบริษัท อิโต เอ็น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น วางขายในราคาขวดละ 15 บาท เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

"สิงห์" เพิ่มกำลังผลิต 20%

นายธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ฉายภาพของตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดว่า ปัจจุบันกระแสที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคลดการดื่มเครื่องดื่มประเภทที่มีน้ำตาลลง และหันมาดื่มน้ำดื่มบรรจุขวดมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้น 11% มีมูลค่าทั้งสิ้น 43,000 ล้านบาท

เพื่อรับโอกาสการขยายตัวดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนที่ตลาดจะเติบโตจากช่วงปกติถึง 50% ได้ทุ่มงบฯ 300 ล้านบาท เพิ่มกำลังการผลิต 1 ไลน์ หรืออีก 20% จากกำลังการผลิตในปัจจุบัน ตลอดจนการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำและน่าเชื่อถือในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น ผ่านงบฯการตลาดทั้งปีประมาณ 200 ล้านบาท และการเพิ่มช่องทางจำหน่ายใหม่ ๆ ให้ครอบคลุม โดยสิงห์มีมาร์เก็ตแชร์ 23% เป็นผู้นำตลาด รองลงมาเป็นคริสตัล 19% และเนสท์เล่ 16%

ส่วนตลาดน้ำแร่เองก็มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปีที่ผ่านมาตลาดมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท เติบโต 12% ด้วยคุณสมบัติทั้งการดับกระหาย และประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสิงห์มีแบรนด์น้ำแร่ คือ เพอร์ร่า ล่าสุดได้กระตุ้นการรับรู้ในฐานผู้บริโภคใหม่ ๆ และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งอื่น ๆ ด้วยการใช้กลยุทธ์คอลลาบอเรชั่น โดยร่วมมือกับดีไซเนอร์ไทย 4 แบรนด์ อาทิ ASAVA, IRADA, PATINYA และ ISSUE โดยปัจจุบันเพอร์ร่ามีมาร์เก็ตแชร์ 12% เป็นเบอร์ 3 ของตลาด ในขณะที่มิเนเร่มี 36% ออรา 27%

โปรโมชั่นเดือดท่วมตลาด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทุกค่ายต่างมีการแข่งขันทำโปรโมชั่นด้านราคากันอย่างดุเดือด ในช่องทางร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ เช่น ล่าสุดบิ๊กซีจัดโปรโมชั่นลดราคากลุ่มน้ำดื่มสูงสุด 20% ส่วนมินิบิ๊กซีที่จัดโปรโมชั่นน้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ขนาด 1.5 ลิตร แพ็ก 6 ขวด ราคา 62 บาท แต่เมื่อซื้อ 2 แพ็ก ราคา 89 บาท หรือช่วงก่อนหน้านี้น้ำแร่ออรา ขนาด 500 มล. จัดโปรโมชั่นในเซเว่นอีเลฟเว่น เป็นต้น

ด้านน้ำแร่ "มิเนเร่" จากบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ได้จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นหน้าขายช่วงซัมเมอร์ในช่องทางออนไลน์ ด้วยการแจกรางวัลไอโฟน 7 และบัตรกำนัลเซ็นทรัลอีก 100 รางวัล ระหว่างวันที่ 1-31 มี.ค. 2560 ตลอดจนการเข้าไปในสปอนเซอร์งานกีฬาต่าง ๆ เพื่อสร้างแบรนดิ้ง

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม