ประเมินราคาน้ำมันนิ่งยาว กรมเชื้อเพลิงฯคาดได้ค่าภาคหลวงทรงตัว 4.2 หมื่นล้านบาท

updated: 20 มี.ค. 2560 เวลา 11:33:13 น.

 

นายศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ ผู้อำนวยการกองแผนงานเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า คาดการณ์รายได้การเก็บค่าภาคหลวงจากสัมปทานขุดเจาะปิโตรเลียมในปี 2560 ประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท ระดับใกล้เคียงกับปี 2559 เนื่องจากราคาน้ำมันยังไม่มีทิศทางว่าจะปรับขึ้นจากปัจจุบันมากนัก โดยสัญญาณตลาดโลกขณะนี้อยู่ที่ 50-60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพราะน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (เชลล์ออยล์) มีการเพิ่มกำลังการผลิตเข้ามาป้อนตลาดทดแทน จะทำให้ราคาน่าจะคงที่ใกล้เคียงปัจจุบันอีก 3 ปี

ทั้งนี้ รายได้ค่าภาคหลวงลดลงมากเมื่อเทียบกับช่วงปี 2555-56 เคยอยู่ระดับ 6-6.5 หมื่นล้าน เพราะแหล่งขุดเจาะในไทยเริ่มไม่จูงใจผู้ประกอบการ อีกทั้งการเปิดประมูลสัมปทานรอบใหม่ยังไม่มีความชัดเจน โดยการผลิตน้ำมันดิบในปัจจุบันอยู่ที่ 1.5-1.6 แสนบาร์เรลต่อวัน การผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวปัจจุบันอยู่ที่ 3,550 ล้านลูกบาศก์ฟุต ทำให้อนาคตอาจต้องมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในการเปิดสัมปทานรอบใหม่ และการเปิดสำรวจในแหล่งเดิมที่จะหมดอายุปี 2565-66 คือ แหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช ขณะที่การเจาะหลุมสำรวจและประเมินผลกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมเจาะอยู่ 50-100 หลุมในปี 2559 ลดลงเหลือ 16 หลุม

นายศุภลักษณ์กล่าวว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้กรมต้องปรับบทบาทการทำงานโดยจะดูแลกิจการก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพิ่มขึ้น อาจต้องปรับโครงสร้างกรม โดยปัจจุบันไทยนำเข้าแอลเอ็นจี 3 ล้านตันต่อปี ขณะที่คลังบรรจุได้ 5 ล้านตันต่อปี คาดว่าปลายแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ.2558-2579 (แผนพีดีพี 2015) จะมีความต้องการใช้แอลเอ็นจีเติบโตถึง 20 ล้านตันต่อปี

"ถ้าปริมาณความต้องการขยายตัวมาก อาจทำให้มูลค่าการนำเข้าสูงขึ้น ก็ต้องเข้าไปดูเพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เสรีมากขึ้น จากปัจจุบันมีบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำเข้าหลัก ในอนาคตต้องมีเอกชนรายอื่น หรือเติร์ดปาร์ตี้เข้ามาด้วย บทบาทกรมอาจต้องปรับไปด้วย เพื่อกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ" นายศุภลักษณ์กล่าว





ที่มา : มติชนออนไลน์
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม