ทุ่มพัฒนา "คน-โปรดักต์-เน็ตเวิร์ก" "มาสด้า" เปิดยุทธศาสตร์สู่ชัยชนะ 3 ปี ปั้นแชร์ 8%

updated: 20 มี.ค. 2560 เวลา 10:00:00 น.

 

"มาสด้า" กดคันเร่งสู่เป้าส่วนแบ่งตลาด 8% ภายในอีก 3 ปี โหมพัฒนาทุกส่วน "คน-โปรดักต์-เน็ตเวิร์ก" ภายใต้กลยุทธ์ "วงจรแห่งชัยชนะ" พร้อมอวดโฉมรถใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ 2 รุ่น ซีเอ็กซ์-3 และสปอร์ตเอ็มเอ็กซ์-5 หลังคาแข็ง มั่นใจทั้งปีกวาดยอด 4.3 หมื่นคัน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ของมาสด้าที่กำหนดว่าปี 2563 จะทำมาร์เก็ตแชร์ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยให้สูงถึง 8% ขณะนี้ทิศทางและการขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จกำลังไปได้สวยงามภายใต้กลยุทธ์ "วงจรแห่งชัยชนะ" หรือ Winning Circle โดยมุ่งเน้นสร้างความสำเร็จในทุกมิติให้เติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งบริษัท-คู่ค้า และลูกค้า

"ปัจจุบันมาสด้ามีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 5.5% เหลือเวลาอีก 3 ปี ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทายมาก ๆ"

สำหรับกลยุทธ์สู่ความสำเร็จนั้นเริ่มต้นจากนโยบายปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการ ของมาสด้าทั้งหมดให้มีความทันสมัยโดดเด่นเร้าใจ เช่นเดียวกับการออกแบบตัวรถยนต์ โดยตั้งเป้าพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่ให้ครบทั้ง 147 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2562 จากดีลเลอร์ทั้งสิ้น 71 ราย รวมทั้งมีแผนเพิ่มโชว์รูมและศูนย์บริการอีก 20 แห่ง เป็น 167 แห่งทั่วประเทศแบ่งเป็น กทม. 9 แห่ง อาทิ รามอินทรา ย่านแฟชั่นไอส์แลนด์, ถนนวิภาวดีฯใกล้สนามบินดอนเมือง, ถนนกัลปพฤกษ์, ถนนสุขสวัสดิ์, ถนนพระราม 9, ถนนสุขาภิบาล 5, ถนนบางนา-ตราด ย่านนิคมเวลโกรว์, ถนนกิ่งแก้ว, ถนนนิมิตใหม่ และถนนเกษตรนวมินทร์

ส่วนต่างจังหวัดจะเพิ่ม 11 แห่ง ประกอบด้วย พระนครศรีอยุธยา, ศรีสะเกษ, ระยอง, ชลบุรี, สงขลา, อุบลราชธานี, อุดรธานี และพิษณุโลก, เชียงราย, ขอนแก่น, อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี, อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช, กำแพงเพชร และชัยนาท ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างและทยอยเปิดให้บริการ

"เราให้สิทธิกับตัวแทนจำหน่ายรายเดิมที่สนใจจะลงทุนเพิ่มเติมก่อน หลังจากนั้นก็จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนกลุ่มอื่น ๆ สำหรับงบประมาณในการปรับปรุงโชว์รูมศูนย์บริการเพื่อให้เข้ากับมาตรฐานใหม่ นั้นเริ่มที่ 1-2 ล้าน ไปจนถึงระดับหลักหลายร้อยล้าน"

ส่วนตัวโปรดักต์จะเห็นว่าที่ผ่านมา มาสด้ามีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเสริมให้สินค้าโดดเด่นและน่าสนใจ ปีนี้ก็ชัดเจนกับสกายแอคทีฟ วีฮิเคิล ไดนามิก และระบบช่วยเหลือด้านการขับขี่และปลอดภัย ทั้งจี-เวคเตอริ่ง คอนโทรล และไอ-แอคทีฟเซนส์

ในขณะที่บุคลากรของมาสด้าก็ได้รับการฝึกอบรม มีการปรับทัพผู้บริหารทั้งคนไทยและญี่ปุ่น เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และพยายามผลักดันให้พนักงานทุกคนเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ มีความรู้และความเข้าใจในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะพนักงานขาย

"เราต้องการให้ทุกอย่างเข้าสู่วงจรแห่งชัยชนะ ทั้งตัวเราเองคือมาสด้า ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ลูกค้าผู้ใช้รถมาสด้า ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนว่า มาสด้าจะอยู่เคียงข้างพวกเขา ไม่หนีไปไหน เราต้องการเปลี่ยนภาพ ตัวแทนจำหน่าย ไม่ใช่แค่ซื้อรถเพื่อมาขาย ต้องอยู่เคียงข้างกับลูกค้าตลอดไป และทุกคนต่างได้ผลกำไรจากวงจรนี้เช่นเดียวกันทั้งหมด"

นายชาญชัย กล่าวว่า แนวทางสู่เป้าหมายความสำเร็จปีนี้จะชัดเจนมากขึ้น หลังจากในปีที่ผ่านมา มาสด้าพยายามสื่อสารไปที่คุณค่าของแบรนด์ ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของมาสด้า และตัวแทนจำหน่ายมีความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น โดยผู้ที่ได้รับประโยชน์ครอบคลุมครบทั้งมาสด้า ดีลเลอร์ และตัวลูกค้าเอง และจะกลายเป็นสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและเหนียวแน่น

โดยบริษัทจะคอยให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น การลงทุนซัพพอร์ตงานบริการหลังการขายที่ใช้เม็ดเงินกว่า 6,000 ล้านบาท ก่อสร้างคลังอะไหล่ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะราคาขายและความรวดเร็วในการจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมง และในอนาคตบริษัทมีแผนทำแบบดีลิเวอรี่ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย

ส่วนยอดขายรถยนต์มาสด้าช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้น่าพอใจมาก โดยเดือนมกราคม ขายได้ 6,600 คัน เดือนกุมภาพันธ์ ขายได้ 7,100 คัน และเดือนมีนาคมน่าจะทะลุ 8,000 คัน ดังนั้นเป้าหมาย

ยอดขายทั้งปี 43,000 คัน เชื่อว่าทะลุเป้าแน่นอน ทั้งนี้ในงานมอเตอร์โชว์ที่จะถึงนี้ บริษัทยังมีแผนส่ง มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ไมเนอร์เชนจ์ และสปอร์ตเอ็มเอ็กซ์-5 หลังคาแข็งเปิดประทุน ออกสู่ตลาดด้วย
 
 
Desktop View