"เชกสเปียร์" คนหลังม่านลูกหนังอังกฤษ ออกโรงกู้ เลสเตอร์ ซิตี้

updated: 19 มี.ค. 2560 เวลา 21:54:00 น.

 

เครก เชกสเปียร์ ทำทีมผลงานดีเกินคาด หลังขัดตาทัพจนได้งานเป็นกุนซือเลสเตอร์ ซิตี้ ไปจนจบฤดูกาลนี้

นอกเหนือจากผลงานที่พลิกกลับมาเป็นความหวังลุ้นหนีตกชั้นอีกครั้ง เบื้องหลังการทำงานของเครก มีเรื่องราวน่าสนใจที่อาจพอเป็นคำตอบได้ว่าทำไมเจ้าของทีมชาวไทยกล้ามอบ หน้าที่อันหนักหน่วงนี้ให้กับผู้ช่วยกุนซือวัย 53 ปี ที่มีประสบการณ์คุมทีมชุดใหญ่เพียง 1 นัด

เชกสเปียร์ วัย 53 ปี มีชื่อเสียงในกลุ่มแฟนบอลลีกระดับล่างในฐานะอดีตนักเตะชาวอังกฤษของสโมสรวอลซอลล์

เขาสัมผัสงานในฐานะกุนซือทีมชุดใหญ่ครั้งแรก ตั้งแต่ทำงานอยู่กับเวสต์บรอมวิช อัลเบียน เมื่อปี 2006 เชกสเปียร์คุมทีมทดแทน ไนเจล เพียร์สัน ซึ่งก็ทำงานขัดตาทัพหลัง ไบรอัน ร็อบสัน แยกทางกับอัลเบียนไป โดยเครกคุมทีมแค่นัดเดียวเท่านั้น และเกมนั้นทีมของเขาเป็นฝ่ายได้ชัย หลังจากนั้น เชกสเปียร์ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมมาตลอด

คำถามที่เกิดขึ้นคือ ด้วยสถานการณ์ของเลสเตอร์ ซิตี้ ที่เสี่ยงต่อสถานการณ์ดิ้นหนีตกชั้นช่วงปลายฤดูกาลอย่างมาก หลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ไม่สามารถพาทีมหนีห่างโซนตกชั้นมากนัก การตัดสินใจฝากทีมไว้กับกุนซือที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานอย่างจริงจังในตำแหน่งบริหารลักษณะนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

สำหรับแฟนบอลทั่วไปอาจมองว่าเป็นความเสี่ยงอยู่บ้าง แม้เครกพาทีมผ่านงานหินในนัดแรกด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูล 3-1 ตามด้วยผลชนะฮัลล์ ซิตี้ ในเกมลีกด้วยสกอร์เดียวกัน แต่สำหรับคนทำงานเบื้องหลังในวงการลูกหนังอังกฤษ ส่วนใหญ่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เครกสมควรก้าวออกจากบทบาทใต้เงา หรือการทำงานเบื้องหลัง

เครกเป็นหนึ่งในบุคลากรด้านโค้ชที่ได้รับยอมรับมากที่สุดคนหนึ่งในอังกฤษ หลักฐานที่ดี คือ แซม อัลลาไดซ์ ที่รับงานเป็นกุนซืออังกฤษในช่วงสั้น ๆ ก็มาตามล่าเขาไปร่วมงานด้วย อีกข้อหนึ่งคือช่วงที่ทำงานกับเวสต์บรอมฯทีมเก่า ซึ่งเป็นช่วงที่สโมสรยังไม่ให้น้ำหนักงานโค้ชมากนัก เช่นเดียวกับเรื่องเม็ดเงินที่ยังมีจำกัด ขณะที่เครกจะเป็นคนพัฒนาทรัพยากรนักเตะในทีมตั้งแต่ฐานราก ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เครกเข้ากับนักเตะในทีมได้ดีเสมอ

มีข้อมูลว่าสาเหตุหนึ่งของปัญหาในสนามของเลสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลนี้ คือความสัมพันธ์ระหว่าง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กับผู้ร่วมงานไม่ราบรื่นนัก สื่อบางแห่งรายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวภายในทีมที่เผยว่า ช่วงที่ผ่านมา รานิเอรี่แทบไม่พูดกับเครก ที่ตอนนั้นยังทำงานเป็นมือขวาเลย คาดว่าน่าจะเป็นผลจากสไตล์การทำงานของรานิเอรี่ที่ต้องการเปลี่ยนแท็กติก ส่งผลให้ผู้เล่นและสตาฟในทีมสับสน และมีข่าวว่าความสัมพันธ์ของรานิเอรี่กับลูกทีมก็มีปัญหาด้วย

ด้านการทำงานของเครก เหล่าบุคคลที่เคยทำงานกับเครกเล่าให้ฟังว่า เขาเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี ซื่อสัตย์ มีวินัย และรู้วิธีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง คำอธิบายเหล่านี้มาจากการบอกเล่าของแดน แอชเวิร์ธ ซึ่งปัจจุบันทำงานด้านเทคนิคในสมาคมฟุตบอลอังกฤษ

บุคลิกของเครกแสดงให้เห็นว่า เขารู้วิธีใช้งานผู้เล่นและบริหารจัดการ นับตั้งแต่ทำงานในสโมสรนาน 8 ปี และเป็นส่วนหนึ่งในทีมที่เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก จุดสำคัญคือเขาเข้าใจความต้องการของผู้เล่นมากกว่า และนั่นทำให้ทีมปรับกลับมารูปแบบดั้งเดิมของทีมในฤดูกาลก่อน ซึ่งมีส่วนทำให้ทีมได้แชมป์ ระบบการเล่นของเครกคือการมีส่วนร่วมกับทรัพยากรที่ตัวเองมี ซึ่งแตกต่างจากรานิเอรี่ที่มองว่า ทิศทางของทีมควรมาจากหนึ่งเสียงมากกว่า

อีกหนึ่งประเด็นที่พูดกันมาก คือเรื่องประสบการณ์ทำงานของเครก ที่แม้จะมีสถิติชนะ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่สถิติที่ว่ามาจากการคุมทีมชุดใหญ่ในชีวิตรวมทั้งหมด 3 นัดเท่านั้น แต่เจ้าตัวได้รับคำชื่นชมเรื่องการเรียนรู้และการทำงานโค้ชที่ยอดเยี่ยมจาก การเข้าร่วมฝึกอบรมโค้ชระดับโปรไลเซนส์กับเอฟเอ แถมมีประสบการณ์ร่วมกับ ไนเจล เพียร์สัน ครั้งพาทีมหนีตายจากการตกชั้นเมื่อ 2 ปีก่อน สถิติคือชนะ 7 นัดรวด ในโปรแกรม 7 เกมท้ายฤดูกาล

สัญญาณกระเตื้องหลังเครกคุมทีม 3 นัด คือนัยสำคัญสำหรับชะตาของแชมป์ลีกอังกฤษ ซึ่งตอนนี้รั้งอันดับ 15 ห่างจากโซนตกชั้น 6 แต้ม และเหลือเกมในมือ 10 นัด ถ้าเครกสามารถปลุกทีมกลับมาเหมือนกับ 7 นัดสุดท้ายของฤดูกาลกับไนเจล เพียร์สัน ที่พาทีมหนีตายสำเร็จ จนถึงฟอร์มแชมป์ในฤดูกาลก่อนกับรานิเอรี่ ความหวังอยู่ในลีกสูงสุดต่อน่าจะเป็นไปได้สูง

โอกาสก้าวออกจากเงาหลังม่านมาสู่หน้าฉากในสนาม คือบทพิสูจน์บุคลากรที่น่าจับตา

อีกคนในวงการลูกหนังอังกฤษ เก้าอี้กุนซือระยะยาวของเลสเตอร์อาจน่าสนใจ น่าจับตาไม่แพ้กัน แต่การเห็นเครกก้าวข้ามบทพิสูจน์ที่ท้าทายศักยภาพ เป็นความน่าตื่นเต้นที่น่าลุ้นมากกว่า

ความท้าทายนี้อาจสร้าง บุคลากรเบื้องหลังเป็นอีกหนึ่งคนหน้าม่านของลูกหนังอังกฤษ และช่วงนี้แดนผู้ดีต้องการบุคคลลักษณะนี้มากเป็นพิเศษด้วย

 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม