ลอยแพพนักงานสหรัตนนคร 37 คน บากหน้าพึ่งศาลขอบริษัทจ่ายชดเชย

updated: 19 มี.ค. 2560 เวลา 21:00:00 น.

 

นิคมสหรัตนฯ ลอยแพพนักงานเกือบครึ่งร้อย หลังถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ทำพนักงานตกงานเดือดร้อนถ้วนหน้า แถมเลี่ยงกฎหมายแรงงานปฏิเสธจ่ายเงินชดเชยอ้างถังแตก สินทรัพย์ถูกยึด มีจ่ายให้พนักงานได้แค่สวัสดิการ 6 เดือน

สืบเนื่องจากกรณีศาลปกครองกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์ บริษัท สหรัตนนคร จำกัด ในฐานะผู้บริหารและพัฒนา นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2559 และในเดือนกรกฎาคม 2559 ศาลมีคำสั่งให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เข้าไปมีอำนาจในการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคส่วนกลางและสิ่งอำนวยความ สะดวก พื้นที่ 536 ไร่ จากพื้นที่พัฒนาทั้งหมดของเฟสแรก 1,441 ไร่ นั้น

ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานจากศาลแรงงาน จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2560 ได้มีอดีตพนักงานของบริษัทสหรัตนนคร จำนวน 37 คน ซึ่งได้ถูกยกเลิกสัญญาจ้างนับตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2559 หลังจากบริษัทสหรัตนนครหมดอำนาจในการบริหารลง ได้เข้ายื่นหนังสือและเขียนคำร้องต่อศาลแรงงาน ภาคที่ 1 จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อขอให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน นอกเหนือการจ่ายเพียงสวัสดิการ 6 เดือนของเงินเดือน ซึ่งศาลรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา และศาลจะเรียกบริษัทสหรัตนนคร

และ จพท. เข้ามาหารือเพื่อพิจารณาและไกล่เกลี่ยปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม หากทางบริษัทยังไม่ชดเชยใด ๆ ฝ่ายพนักงานเตรียมจะยื่นคำร้องต่อศาลยุติธรรม เพื่อขอความเป็นธรรม หรือให้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยต่อไป จนกว่าจะได้รับเงินชดเชยและช่วยเหลือที่ควรจะได้

ก่อนหน้านี้พนักงานได้ไปยื่นคำร้องกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อขอความช่วยเหลือมาแล้ว ดังนั้น ทางสำนักงานสวัสดิการฯ ได้ประสานไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) กรมบังคับคดีดำเนินการช่วยเหลือ แต่ทางบริษัทได้แจ้งต่อ จพท.ว่า ไม่สามารถจ่ายเงินชดเชยได้ เนื่องจากไม่มีเงินเหลือแล้ว

"ส่วนใหญ่พนักงานทำงานกับบริษัทนานกว่า 20 ปี พนักงานได้รับเพียงสวัสดิการ เช่น บางคนระดับหัวหน้าควรได้รับชดเชยประมาณ 300,000 บาท/คน ในระดับพนักงานทั่วไปอีกคนละประมาณ 100,000 บาท ซึ่งรวมทั้งหมด 37 คน ประมาณ 5.7 ล้านบาท แต่บริษัทอ้างว่าเมื่อถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ทรัพย์สินของบริษัทไม่สามารถขายทอดตลาดได้จึงไม่มีเงินมาจ่าย และอำนาจจึงถูกโยนไปให้ จพท. พิจารณาทั้งหมด"

นายจักรรัฐ เลิศโอภาส รองผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า หลังจากที่ กนอ.เข้าไปบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคตามคำสั่งศาลตั้งแต่ปีที่แล้ว กนอ.ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้าไปบริหารระบบสาธารณูปโภคฯ เพื่ออำนวยความสะดวก และให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดกับผู้ประกอบการที่ตั้งโรงงานผลิตอยู่ในพื้นที่ ส่วนเรื่องของพนักงานที่ถูกเลิกจ้างต้องเจรจากับทางบริษัทสหรัตนนครเอง

นางธีรนาฏ โชควัฒนา ผู้อำนวยการ บริษัท สหรัตนนคร จำกัด เปิดเผยว่า เนื่องจากบริษัทยังคงอยู่ระหว่างการเจรจาประนอมหนี้กับทางเจ้าหนี้รายใหญ่ ซึ่งทางบริษัทไม่ได้มีเจตนาไม่จ่ายเงินชดเชย แต่เป็นเพราะถูกพิทักษ์ทรัพย์ไป จึงไม่สามารถจ่ายพนักงานได้ และยังคงยืนยันว่าหากการประนอมหนี้สามารถตกลงกันได้ บริษัทจะกลับมารับผิดชอบเงินชดเชยส่วนนี้

"ที่ผ่านมา เราพยายามเจรจากับทางพนักงานถึงเหตุผลและสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ถูกปฏิเสธจึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดและขัดแย้งกันเรื่อยมา อดีตพนักงานจึงต้องหาคนมาช่วย ส่วนความคืบหน้าในการสร้างเขื่อนถาวรรอบนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ตามแผนที่ กนอ.กล่าวไว้นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เนื่องจากทาง กนอ.อ้างว่าต้องได้รับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากทางเราก่อน จึงจะอนุมัติงบฯก่อสร้างได้ ซึ่งเรามองว่าการฮุบนิคมจากเราครั้งนี้มันยืดยาวเกินไปทำให้นักลงทุนขาดความ เชื่อมั่น พื้นที่และโรงงานขายไม่ออก ไม่มีคนเช่าเพิ่ม"

 
 
Desktop View