"คลัง"ขู่ประจานเอกชนเบี้ยวลงทุน แก้กฎสางปมขัดแย้งบอร์ดบจ.-ชงลดภาษีR&Dเพิ่ม

updated: 18 มี.ค. 2560 เวลา 21:40:11 น.

 

"ขุนคลัง" จับตา "ธุรกิจ" ไม่ลงทุนจริงตามที่ลงทะเบียนใช้สิทธิหักภาษี ขู่ประจาน "ชื่อบริษัท" แน่ ลั่นภายใน 2 สัปดาห์ ชง ครม.เปิดทางให้ "กลุ่มวิจัย" ได้สิทธิมาตรการภาษีลงทุน R&D เพิ่มเติม พร้อมเร่งแก้กฎหมาย "ติดดาบ" ก.ล.ต. เพิ่มอำนาจให้จัดการ บจ. มีปัญหาผู้ถือหุ้น-กรรมการขัดแย้งกระทบบริษัท คาดเข้า ครม.กลาง เม.ย.นี้

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกาคลัง กล่าวในงานสัมมนาเปิดตัว CG Code ใหม่ "บริษัทจดทะเบียนไทยก้าวไกลไปกับไทยแลนด์ 4.0" ว่า จากที่รัฐบาลได้ทำการขยายเวลามาตรการภาษีเพื่อการลงทุนของภาคเอกชน ที่สามารถนำมาหักค่าเสื่อมได้จำนวน 1.5 เท่า จนถึงสิ้นปี 2560 นี้ ซึ่งได้กำหนดว่า ผู้ที่จะใช้สิทธิประโยชน์ลงทุนจะต้องมาลงทะเบียนกับกรมสรรพากร ซึ่งหากเอกชนรายใดได้ลงทะเบียนไว้แล้วไม่ยอมลงทุน กระทรวงการคลังจะประกาศรายชื่อออกสู่สาธารณะด้วย

อีกประเด็นที่รัฐบาลกำลังจะดำเนินการต่อเนื่อง คือ ภายในไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการลงทุนทำวิจัยและพัฒนา (R&D) สำหรับกรณีที่ทำวิจัยเป็น "กลุ่ม" ให้สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 3 เท่า เช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ที่ให้เป็นรายบริษัทไปแล้ว

นอกจากนี้ กระทรวงการคลัง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อติดดาบ หรือเพิ่มอำนาจให้ ก.ล.ต. ในการเข้าไปสั่งการและลงโทษผู้ถือหุ้น หรือกรรมการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่สร้างความเสียหายแก่ตัวบริษัทและผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ในภาพรวมได้ ซึ่งจะพยายามทำให้เสร็จ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในกลางเดือน เม.ย.นี้

"ปัจจุบัน ก.ล.ต.ไม่มีอำนาจ จะทำได้แต่ออกระเบียบออกกฎ แต่ถามว่าทำอะไรได้ไหมเวลาเกิดปัญหาจริง ๆ คำตอบคือทำอะไรไม่ได้ ยกตัวอย่าง บจ.บางแห่งมีกรรมการทะเลาะกันแล้วทำให้บริษัทเสียหาย ส่งผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นอื่น ๆ ราคาหุ้นก็ตก เจ้าหนี้ต่าง ๆ ก็มีปัญหาหมด ซึ่งปัจจุบัน ก.ล.ต.เข้าไปทำอะไรไม่ได้ เราเลยจะแก้ให้เขามีอำนาจ ถ้าหากเห็นว่ามีการทำให้ส่วนรวมเสียหาย ก.ล.ต.ก็สามารถเข้าไปแทรกแซง สั่งหยุด หรือจัดการบางอย่างได้" นายอภิศักดิ์กล่าว

โดยในร่างกฎหมายใหม่จะกำหนดให้ ก.ล.ต. ต้องเน้นการพัฒนาตลาดทุนไปข้างหน้า และทำหน้าที่ชี้ทิศทางว่าจะพัฒนาไปอย่างไรภายในระยะ 10-20 ปี โดยจะมีการกำหนดด้วยว่า ทุกปีให้ทาง ก.ล.ต.ต้องทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับเป้าหมายการทำงานในแต่ละปี เหมือนกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทำอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น กฎหมายใหม่ที่จะออกมาจะมีความสมบูรณ์ และทำให้ตลาดทุนไทยเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง

สำหรับ CG Code ใหม่ที่ ก.ล.ต.นำมาใช้นั้น นายอภิศักดิ์กล่าวว่า เนื่องจากเป็นการยกร่างขึ้นมาโดย บจ.มีส่วนร่วม จึงเชื่อมั่นว่า บจ.ทั้งหลายสามารถปฏิบัติได้ ต่างจากอดีตที่อาจมองกันว่า เกณฑ์ที่ออกมาปฏิบัติยาก เพราะไปลอกต่างประเทศมา

"มีการพิสูจน์มาแล้วว่า บริษัทไหนที่มี CG ดี ดูแลสังคม ดูแลสิ่งแวดล้อม จะเป็นบริษัทที่มีมูลค่าหุ้นสูงกว่าบริษัทที่ไม่ได้ทำ แล้วทางสหประชาชาติ (UN) ก็มองว่า ถ้าทำเรื่องสิ่งแวดล้อมกับสังคมแล้วจะเกิดความยั่งยืน ก็หวังว่า บจ.ซึ่งเป็นหัวขบวนของบริษัทในประเทศไทยจะทำสิ่งเหล่านี้" รมว.คลังกล่าว
 
 
Desktop View