"เฟด" ชี้เศรษฐกิจสหรัฐแกร่ง ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง

updated: 18 มี.ค. 2560 เวลา 22:01:28 น.

 

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.25% ไปเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้ระดับดอกเบี้ยเป้าหมายของเฟดขยับขึ้นจากช่วง 0.5-0.75% สู่ 0.75-1% ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในรอบ 10 ปี นับจากเฟดคงอัตราดอกเบี้ยระดับ 0% ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2008 เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่

โดยก่อนหน้านี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ปีละ 1 ครั้ง คือ 1 ครั้งในปี 2015 และอีก 1 ครั้งในปี 2016

นางเจเนต เยลเลน ประธานเฟดชี้แจงว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังไปได้ดี จึงเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจะแข็งแกร่งและปรับตัวรับมือแรงกระแทกต่าง ๆ ได้ พร้อมกับให้ความมั่นใจแก่นักลงทุนว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยที่นโยบายของเฟดยังคงมีลักษณะผ่อนปรนเอื้ออำนวยต่อเศรษฐกิจไประยะหนึ่ง ที่สำคัญจะดูจากข้อมูลต่าง ๆ เป็นหลัก และแผนการขึ้นดอกเบี้ยยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยส่งสัญญาณว่าจะขึ้นดอกเบี้ยรวม 3 ครั้งในปีนี้ และอีก 3 ครั้งในปีหน้า

การขึ้นดอกเบี้ยบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐไม่จำเป็นต้องพึ่งพานโยบายการเงินของเฟดมากนัก อีกทั้งมีแนวโน้มว่าผู้บริโภคและภาคธุรกิจสามารถจะจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่านี้ได้ เนื่องจากการจ้างงานของสหรัฐเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 77 เดือน และอัตราการว่างงานลดลงเหลือ 4.7% จากที่เคยสูงสุด 10% ในปี 2009 ส่วนเศรษฐกิจก็ขยายตัวตลอด 7 ปีที่ผ่านมา

ก่อนการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ นักวิเคราะห์และตลาดต่างเชื่อว่า นโยบายเศรษฐกิจของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีคนใหม่เป็นปัจจัยสำคัญที่จะกระทบต่อการตัดสินใจของเฟด แต่นางเยลเลนยืนยันว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้นำปัจจัยความคาดหวังที่ว่านโยบายของทรัมป์จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตมาประกอบการตัดสินใจแต่อย่างใด

ตลาดหุ้นสหรัฐและทั่วโลกตอบสนองในทางบวก ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรปรับลง เนื่องจากนักลงทุนตีความถ้อยแถลงของเฟดและนางเยลเลนว่าจะไม่รีบร้อนยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการเงิน ต่างจากช่วงก่อนหน้าการประชุมที่นักลงทุนและตลาดคาดหมายว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากและเป็นไปอย่างก้าวร้าว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (ยีลด์) พันธบัตรดีดตัวสูงขึ้น แต่เมื่อท่าทีและถ้อยแถลงของเฟดออกมาในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป จะอดทนต่อการปรับขึ้นของเงินเฟ้อที่อาจสูงกว่าเป้าหมาย 2% ชั่วคราว ก็ทำให้ยีลด์พันธบัตรปรับตัวลง 

"จาค็อบ เฟรนเคล" ประธานเจพี มอร์แกนเชส อินเตอร์เนชั่นแนลให้ความเห็นว่า ปีนี้เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยมากถึง 4 ครั้งเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ซึ่งเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งกว่าที่เคยเป็น อัตราการว่างงานต่ำมาก ระยะเวลาการตกงานของคนอเมริกันสั้นลง และแรงกดดันเงินเฟ้อกำลังเกิดขึ้นอันจะทำให้อัตราเงินเฟ้อแตะ 2% ตามเป้าหมายของเฟด

"ตอนนี้เรายังอยู่ไกลจากอัตราดอกเบี้ยปกติ ซึ่งคือ 3% ตอนนี้เราอยู่ใกล้ 0% ดังนั้น เราต้องเดินทางอีกไกล เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่านี่จะเป็นการขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้" เฟรนเคลกล่าวพร้อมกับเตือนว่า การคงอัตราดอกเบี้ยต่ำไว้นานเกินไปเป็นอันตรายและสร้างความเสียหายราคาแพง เพราะจะทำให้เกิดการบิดเบือน กระทบต่อตลาดเงิน มันจะสร้างแรงส่งเสริมเทียมต่อการลงทุนในตลาดเงินแทนการลงทุนแท้จริง เขาคิดว่าในเวลาเดียวกันนี้ของปีหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐขั้นต่ำควรสูงกว่าระดับปัจจุบัน 1%

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์บางรายเห็นว่าการที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไป เสี่ยงที่จะทำให้ผู้บริโภคอเมริกันยากจน ที่กำลังตะเกียกตะกายออกจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ อาจเป็นอุปสรรคต่อนโยบายสุดทะเยอทะยานของทรัมป์ที่จะกระตุ้นการส่งออกเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็เป็นได้

ช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ทรัมป์ได้วิจารณ์และกล่าวหาเจเนต เยลเลน ว่าคงอัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลโอบามา ซึ่งเยลเลนปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ อย่างไรก็ตาม นับจากทรัมป์สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ก็ไม่ได้วิจารณ์ประธานเฟดอีกเลย
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม