เมื่อ Virtual Reality ไม่อยู่ในธุรกิจเกมอีกต่อไป

updated: 17 มี.ค. 2560 เวลา 08:30:00 น.

 

คอลัมน์ Thai Startup Cafe โดย พงศ์พีระ ชวาลาธวัช www.facebook.com/thaistartupcafe

Virtual Reality หรือในที่นี้เราจะเรียกสั้น ๆ ว่า "VR" นั้น คือเทคโนโลยีที่จำลองภาพให้เรารู้สึกเสมือนว่าได้เข้าไปอยู่ในโลกแห่งความเสมือนนั้น ๆ โดยภาพจะอยู่ในรูปแบบภาพแว่นตาที่เราสวมใส่ ซึ่งไม่ใช้เทคโนโลยีอะไรใหม่เลย ผมว่าตั้งแต่คอมพิวเตอร์บ้านเราเริ่มเล่นเกมได้

ผมก็จำได้ว่าเริ่มเห็นเทคโนโลยีนี้แล้ว ที่ผ่านมามันสูญหายไปร่วมทศวรรษ จนล่าสุด พี่มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ในนามเจ้าของ Facebook ได้เข้าไปซื้อกิจการ VR ในนาม Oculus จากนั้นจึงทำให้เทคโนโลยีตัวนี้ดังขึ้นมาใหม่ในนามธุรกิจการจำลองนั่นเอง แต่มันก็ยังถูกจำกัดอยู่ในโลกบันเทิงเท่านั้น เนื่องด้วยหลายคนดูแล้วไม่น่าจะนำมาทำอะไรซีเรียสมากมายได้

ใจจริงผมคิดว่าพี่มาร์กแกคงซื้อเอาขำ ๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก ตามสไตล์คนมีเงิน และก็ไม่ได้คิดด้วยว่า VR จะหาเงินได้ มองยังไงก็ดูเป็นของเล่น แต่แล้วในปี 2017 นี้ ผมเริ่มโดนกระแสกระแทกเข้าอย่างจัง เพราะ VR นั้นเริ่มแทรกซึมเข้าไปสู่ธุรกิจต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Gaming, Theme Park and Entertainment, Designing และจนล่าสุดผมได้รู้จักเพื่อนคนใหม่ผ่านทาง Page Facebook Thaistartupcafe ผมผู้ซึ่งนำ VR มาทำ Startup แบบจริงจัง โดยส่วนตัวผมเองยังคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่ามันสามารถทำเป็น Startup ได้จริง ๆ

เพื่อนใหม่ของผมชื่อ "เพิ่มพงศ์ เอี้ยวบันดาลสุข" ซึ่งผมขอเรียกอย่างเป็นกันเองว่า "คุณเพิ่ม" เป็น CEO และ Founder ของ บริษัท บลูโอเชี่ยน เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นทีมพัฒนา VR Platform ที่ชื่อว่า "VR Real.Estate"-ระบบเทคโนโลยีความจริงเสมือน สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อนหน้าที่จะมาทำการบริการตัวนี้ คุณเพิ่มเคยทำงานด้าน IT มาก่อนประมาณ 16 ปี กับองค์กรขนาดใหญ่ในกลุ่มธุรกิจธนาคารและโทรคมนาคม แต่เนื่องจากความชอบส่วนตัวของคุณเพิ่มทางด้านเทคโนโลยี บวกกับการมองเห็นโอกาสที่มาจาก Technology Trend และมีกลุ่มเพื่อนที่มองเห็นโอกาสเหมือนกัน ทำให้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อมาร่วมกันทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ตัวนี้

"VR Real.Estate" นั้น ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ ก็คือตัวซอฟต์แวร์ที่จำลองบ้านและคอนโดฯในโลกเสมือนจริงตามแบบบ้านของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมสามารถเห็น รวมถึงเดินดูรายละเอียดต่าง ๆ ภายในบ้านและคอนโดฯได้ เหมือนว่าสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว


ตัวซอฟต์แวร์มีความเป็นนวัตกรรม โดยผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนที่ในโลกเสมือนจริงได้ด้วยการเดิน และสามารถใช้มือในโลกเสมือนจริงได้ด้วยการใช้มือจริง การใช้งานจะเป็นธรรมชาติและง่าย เหมาะกับทั้งคนที่ถนัดและไม่ถนัดเทคโนโลยี

โมเดลทางธุรกิจของ "VR Real.Estate" จะเป็นรูปแบบ B2B คือการขายให้กับลูกค้าองค์กร จะครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้เป็นเครื่องมือในการขายโครงการบ้าน/คอนโดฯ ทำให้ผู้ซื้อสามารถเห็นแบบบ้านต่าง ๆ โดยรู้สึกเหมือนได้เข้าไปเดินในบ้านจริง ๆ ซึ่งจะแตกต่างจากการดูแบบบ้านที่เป็น 2 มิติธรรมดา ที่ผู้ซื้อบางท่านอาจจะไม่เข้าใจ สามารถนำเสนอการขายนอกสถานที่ เช่น การออกบูท หรือการขายข้ามโครงการ


ลูกค้าอีกกลุ่มของคุณเพิ่ม คือ กลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้าน ที่นอกจากผู้ใช้งานจะเห็นบ้านเสมือนจริงแล้ว ยังสามารถเลือกปรับเปลี่ยนวัสดุผนังและพื้นได้ตามต้องการ โดยถ้าสามารถเข้าไปดู Video ตัวอย่างได้ที่ Facebook เพจชื่อ VRReal.EstateTH

โดยปกติแล้ว Startup มักจะมีแรงบันดาลใจสิ่งที่อยู่รอบตัว สำหรับคุณเพิ่มนั้นได้แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจตัวนี้ เริ่มจากคุณเพิ่มเองกำลังมองหาที่อยู่ใหม่ เลยตระเวนดูตามงานอีเวนต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาฯหลายงาน แล้วพบปัญหาว่าข้อมูลที่ได้มีแค่โบรชัวร์แบบบ้าน ดูไม่รู้เรื่อง รูปสวย ๆ ก็มีแค่มุมด้านหน้ามุมเดียว ทำให้จินตนาการไม่ออก เลยไม่กล้าตัดสินใจซื้อ เลยทำให้นึกถึงเทคโนโลยี VR (Virtual Reality) ที่น่าจะมาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ และทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมสามารถเห็นบ้านหรือคอนโดฯทั้งข้างนอกและข้างในได้ ตั้งแต่ยังไม่ได้สร้าง

เมื่อคุณเพิ่มลองสร้าง VR ขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะธุรกิจตัวนี้ (VR Real.Estate) มีทั้งมุมยากและมุมง่าย สิ่งที่ง่าย คือตัว Product ตอบโจทย์ผู้ประกอบการอสังหาฯโดยตรง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการทำโมเดลบ้าน/คอนโดฯพลาสติก ที่ขาดความสมจริงและราคาสูง ส่วน สิ่งที่ยากที่สุด กลับเป็นประสบการณ์เกี่ยวกับ VR ที่ไม่ค่อยดีของกลุ่มลูกค้าบางส่วนที่ได้ลองเล่นมาก่อน ทั้งภาพที่ไม่สมจริง เป็นภาพแบบ 360 องศา ไม่มีมิติ แสง เงา รวมถึงอาการเวียนหัวจากการใช้งาน

แต่ผลิตภัณฑ์ของคุณเพิ่มนั้น เขาบอกว่าจะให้ข้อมูลกับลูกค้า รวมถึงให้ทดลองใช้งานจริง เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นว่าตัว Product ของคุณเพิ่มมีความแตกต่าง และมีความสมจริงมากกว่า ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ 30-60 นาทีโดยไม่รู้สึกเวียนหัว

คุณเพิ่มแชร์ประสบการณ์การเริ่มทำ Startup ว่า ที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นทำ Startup คือ การเตรียมพร้อม ทั้งความรู้ด้านต่าง ๆ, การแบ่งความรับผิดชอบของแต่ละคนในทีม, การเตรียมเงินในการรันธุรกิจในช่วงแรกก่อนมีรายได้ ซึ่งทีมของคุณเพิ่มใช้วิธีการลงทุนด้วยเงินของตัวเอง (Bootstrap) ถึงแม้ปัจจัยต่าง ๆ ไม่สามารถควบคุมได้ แต่อย่างน้อยการเตรียมพร้อมก็ช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น

"เรื่อง Connection ก็สำคัญมาก จากที่เรายังไม่มีประสบการณ์ Startup เลย เราจึงขอคำปรึกษาจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่เริ่มทำ Startup มาก่อน ซึ่งข้อมูลที่ได้เป็นประโยชน์อย่างมาก ช่วยลดการลองผิดลองถูก ทำให้เรามีเวลาในการโฟกัสกับผลิตภัณฑ์เรามากขึ้น"

นอกเหนือจากที่เล่ามาแล้ว คุณเพิ่มยังได้ฝากกับผมไว้อีกว่า อยากให้น้อง ๆ หรือเพื่อน ๆ ที่ต้องการทำ Startup ศึกษาข้อมูลให้มากพอ และประเมินตัวเองว่าเหมาะและพร้อมกับการทำธุรกิจแนว Startup หรือไม่ เพราะนอกจากภาพสวยงาม ความสนุกในการ Raise Fund แล้ว ยังมีความยากลำบากและแรงกดดันในการทำธุรกิจที่ต้องทำให้เป็นธุรกิจจริง ๆ ด้วย

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม