ความทรงจำ "ธนินท์ เจียรวนนท์" (25) ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย

โดย My Personal History
updated: 17 มี.ค. 2560 เวลา 09:45:00 น.

 

ที่มา : สำนักข่าวนิเคอิ แปล/เรียบเรียง : ภรณี จิรวงศานนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หวง เหวยเหว่ย บ.ซีที อินฟราสตรักเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 สหราชอาณาจักรส่งมอบคืนเกาะฮ่องกงสู่ประเทศจีน ผมตอบรับคำเชิญให้เป็นที่ปรึกษาของคณะทำงานบริหารเกาะฮ่องกง และเข้าร่วมทำงานเพื่อเตรียมการส่งมอบอำนาจการปกครองคืนให้เกาะฮ่องกง เช้าตรู่ของวันที่ 1 กรกฎาคม ผมเข้าร่วมพิธีส่งมอบคืนเกาะฮ่องกง ซึ่งมี ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน และผู้นำจีนท่านอื่น ๆ เข้าร่วมพิธีด้วย ในวันต่อมา คือวันที่ 2 กรกฎาคม ผมเดินทางจากฮ่องกงกลับกรุงเทพฯ

พอลงจากเครื่องบินไม่นานก็รู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว

จากวิกฤตการณ์ทางการเงินรัฐบาลไทยขณะนั้นประกาศใช้นโยบาย ปล่อยค่าเงินบาทลอยตัวทันที จากที่แต่เดิมประเทศไทยใช้ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ โดยอัตราแลกเปลี่ยนถูกกำหนดไว้ที่ 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การค้า การลงทุน และการร่วมทุนระหว่างไทยกับต่างประเทศภายใต้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ จึงไม่ได้รับผลกระทบด้านความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน

ก่อนการลอยตัวค่าเงินบาท ธุรกิจของไทยอาศัยการกู้เงินจากต่างประเทศในการขยายกิจการให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้มีเงินกู้ไหลเข้าประเทศมาก ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐแข็งเกินจริง เมื่อถึงปี พ.ศ. 2539 บัญชีเดินสะพัดของไทยเริ่มขาดดุลชัดเจนยิ่งขึ้น นักเก็งกำไรฉวยโอกาสจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดด้วยการเทขายเงินบาท รัฐบาลรับมือด้วยการขายเงินดอลลาร์และซื้อเงินบาทคืนเพื่อจะปกป้องค่าเงินบาทให้คงที่

หลังจากที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเมื่อวันที่2 กรกฎาคม 2540 ค่าเงินบาทเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐก็ลดฮวบลง ภายในครึ่งปีเงินตราสกุลท้องถิ่นในประเทศแถบเอเชียถูกเทขาย อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศตกต่ำเป็นประวัติการณ์ และนี่ก็คือวิกฤตการเงินหรือวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียที่ทั่วโลกพูดถึงและต้องจดจำ

เดือนมกราคม 2541 ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงไปอยู่ที่ 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ หรือเท่ากับเงินบาทมีมูลค่าลดลง 1 เท่า นั่นหมายความว่า เงินกู้จากต่างประเทศเมื่อคิดเป็นเงินบาทแล้ว ผู้กู้จะมีภาระต้องหาเงินมาชำระหนี้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณทันที

ธนาคารต่างประเทศเกรงว่าจะไม่ได้รับชำระเงินกู้คืนจากลูกหนี้แถบภูมิภาคเอเชียจึงไม่ยอมปล่อยเงินกู้ให้ประเทศในแถบนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ธนาคารต่างประเทศยังขอให้เครือเจริญโภคภัณฑ์คืนเงินกู้ก่อนกำหนดเวลาชำระอีกด้วย สัญญาเงินกู้ระยะเวลา 5 ปีกลายเป็นโมฆะ มีเพียงไม่กี่ธนาคารเท่านั้น เช่น ธนาคาร HSBC ของอังกฤษ ที่ยอมยืดเวลาในการชำระคืนเงินกู้ให้แก่เครือ ตอนนั้นกิจการใหญ่ ๆ ในทวีปเอเชียที่ขาดเงินทุนค่อย ๆ ล้มละลายและสูญหายไปในที่สุด

ผมตั้งใจจะรักษาเครือเจริญโภคภัณฑ์เอาไว้ จึงตัดสินใจขายหุ้นของบริษัทลูกที่อยู่ในเครือทันที ช่วงนั้น โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ กำลังเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ผมจำต้องขายหุ้นจำนวน 75% ของโลตัส ให้แก่ บริษัทเทสโก้ ของอังกฤษ ส่วนหุ้นของ Makro ซึ่งเป็นธุรกิจค้าส่งระบบสมาชิกได้ขายคืนให้บริษัท SHV ของเนเธอร์แลนด์ ส่วนที่เมืองจีนได้ขายบริษัทมอเตอร์ไซค์และหุ้นในอีกหลายบริษัท

ภายใต้วิกฤตครั้งนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์มุ่งเน้นการลงทุนใน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจโทรคมนาคม และเมื่อปริมาณการผลิตอาหารเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการส่งออกไปทั่วโลกที่ขยายตัวมากขึ้น จึงช่วยให้เครือได้รับเงินตราต่างประเทศกลับเข้ามาในมือ

ในส่วนของธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่เครือบริหารอยู่นั้น เมื่อมีการขยายธุรกิจในรูปแบบการขายแฟรนไชส์ออกไป ก็ทำให้ธุรกิจค้าปลีกของเครือก้าวหน้าไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนธุรกิจโทรคมนาคมมีรายได้เพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่ธุรกิจ e-Money, e-Commerce และเคเบิลทีวี

ถือได้ว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนั้นเป็นปัญหายิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมต้องเผชิญ ตั้งแต่เข้ามารับช่วงการบริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ แต่เป็นเพราะเราสามารถตั้งรับได้ทัน ไม่เพียงแต่จะไม่ล้มละลาย ตรงกันข้ามกลับสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของเครือมากขึ้น

ดังเช่นความหมายของคำว่า "วิกฤต" ในภาษาจีนที่มีความลึกซึ้งมาก โดยตัวอักษรจีนคำนี้ประกอบด้วยคำที่แปลว่า "อันตราย" และคำที่แปลว่า "โอกาส" ความหมายที่แฝงอยู่ จึงมีทั้งความเสี่ยง แต่ก็ซ่อนไว้ซึ่งโอกาส

ต้นศตวรรษที่ 21 เครือเจริญโภคภัณฑ์ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจมาได้ แล้วกลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดดอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2556 เครือได้ซื้อหุ้น Makro คืนจากบริษัท SHV ในส่วนของโลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์ที่เราเคยเป็นผู้บุกเบิกมาตั้งแต่ต้น ผมก็ตั้งใจจะซื้อกิจการกลับคืนมาจากบริษัทเทสโก้



แต่เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายเทสโก้ด้วย

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม