ทุ่มลงทุนออนไลน์ "โดมิโน่ พิซซ่า" สปีดโตหนีคู่แข่ง

updated: 17 มี.ค. 2560 เวลา 21:15:50 น.

 

คอลัมน์ Market Move

ท่ามกลางสภาพขาลงของธุรกิจฟาสต์ฟู้ด ซึ่งผู้เล่นรายใหญ่ทั้ง แมคโดนัลด์ และ ยัม แบรนด์ส เจ้าของฟาสต์ฟู้ดชื่อคุ้นหูอย่าง เคเอฟซี และ พิซซ่า ฮัท ต่างเร่งปรับตัวด้วยการเปลี่ยนสาขาเกือบทั้งหมดของตนให้เป็นแบบแฟรนไชส์ เพื่อต้นทุนการบริหาร พร้อมหันมาเน้นเก็บรายได้จากค่าแฟรนไชส์ที่มั่นคงและสม่ำเสมอกว่าแทน

ในขณะเดียวกัน "โดมิโน่ พิซซ่า" เชนพิซซ่าสัญชาติสหรัฐกลับมีรายได้เพิ่มขึ้นสวนทางกับคู่แข่งอย่าง พิซซ่า ฮัท หรือ ปาป้า จอห์น (Papa Johns) ทั้งในระดับประเทศและระดับโลกเห็นได้จากผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2559 ซึ่งยอดขายร้านเดิมที่บริหารในสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 13.7% ส่วนร้านแฟรนไชส์เพิ่มขึ้น 12% เช่นเดียวกับสาขานอกประเทศที่เพิ่มขึ้น 4.3% รวมถึงเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 170 สาขาในสหรัฐ และ 1,110 สาขานอกประเทศ รวม 13,252 สาขาทั่วโลก มีรายได้ 819 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 10.6%

ด้านยอดขายร้านเดิมของพิซซ่า ฮัทในสหรัฐ ลดลง 4% และ 2% ในตลาดต่างประเทศ โดยมีรายได้รวม 327 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้าน "ปาป้า จอห์น" ซึ่งมีร้าน 4,700 สาขา ยอดขายร้านเดิมช่วงไตรมาส 4 เติบโตเพียง 3.4% น้อยกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ซึ่งแบรนด์ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะการแข่งขันราคาที่ดุเดือด และการเกษียณของ "เพย์ตัน แมนนิ่ง" นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลและพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ ทำให้ยอดขายลดลงตามไปด้วย

"แพรททริก ดอลย์"
ซีอีโอของโดมิโน่ พิซซ่า อธิบายถึงความสำเร็จนี้ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว "ซีเอ็นบีซี" ว่า สิ่งที่ทำให้โดมิโน่ พิซซ่าแตกต่างจากคู่แข่งและประสบความสำเร็จได้ คือ ผูกตัวเองกับกระแสเทคโนโลยีและบริการที่ดึงให้ผู้คนใช้เวลาว่างขณะอยู่บ้านได้ชนิดที่ไม่ลุกออกจากเตียงไปไหนไม่ว่าจะเป็นบริการส่งสินค้าครอบจักรวาลของอเมซอนช่องทีวีออนไลน์ที่ร่วมทุกความบันเทิงจากเน็ตฟลิกซ์รวมถึงช่องทางติดต่อสื่อสารทั้งภาพ เสียง และตัวอักษรของเฟซบุ๊ก

โดยมุ่งเน้นพัฒนาประสบการณ์การสั่งอาหารด้วยแนวคิดว่า ลูกค้าต้องสามารถสั่งพิซซ่าของเราได้ง่ายที่สุด โดยไม่ต้องสื่อสารกับมนุษย์ด้วยกันเลยยิ่งดี จึงทุ่มลงทุนด้านเทคโนโลยีมานาน 7 ปี รวมถึงตั้งหน่วยงานด้านเทคโนโลยีของตนเอง ทำให้ปัจจุบันพนักงาน 400 คนจากทั้งหมด 800 คน ที่ประจำอยู่ในสำนักงานใหญ่ที่รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าที่ได้จากระบบสั่งอาหารเพื่อนำมาปรับปรุงบริการและโปรโมชั่น

พร้อมกับจับมือพันธมิตรอย่างเฟซบุ๊กกูเกิลอเมซอน และแอปเปิล เพื่อพัฒนาบริการสั่งอาหารใหม่ ๆ เช่น สั่งพิซซ่าด้วยเสียงผ่านอเล็กซ่าผู้ช่วยเสมือนของอเมซอน ระบบเมสเสจบนเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และแอปเปิลวอตช์ ขณะเดียวกัน ยังวางระบบให้ลูกค้าติดตามการส่งได้ทุกขั้นตอนแบบเรียลไทม์ รวมถึงทดลองนำหุ่นยนต์อัตโนมัติมาใช้ส่งอาหาร

นวัตกรรมเหล่านี้นอกจากตอบสนองไลฟ์สไตล์ใหม่นี้แล้ว ยังลดปัญหาและต้นทุนด้านบริการด้วย โดยปัจจุบันระบบสั่งอาหารผ่านออนไลน์เปิดให้บริการแล้วใน 25 ประเทศ และมีแผนลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 75 ล้านเหรียญสหรัฐในด้านนี้ เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น หลังยอดขาย 60% ในตลาดสหรัฐเมื่อปีที่แล้วมาจากการสั่งผ่านมือถือ

"จุดยืนของเราคือ เป็นแบรนด์ที่ไม่หยุดนิ่ง โดยมองหาจุดที่สามารถปรับปรุงเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าใหม่จากคู่แข่งทั้งแบรนด์ใหญ่และเล็ก รวมถึงรักษาฐานลูกค้าเก่าและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน"

ด้วยกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จสูงนี้จึงน่าจับตามองว่าคู่แข่งทั้งในตลาดพิซซ่าและฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ จะนำแนวคิดไปใช้สร้างกลยุทธ์มารับมืออย่างไรต่อไป

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม