"BU" เปิด 3 หลักสูตรดิจิทัล ตอบโจทย์ตลาดงานรับเทรนด์โลก

updated: 17 มี.ค. 2560 เวลา 06:15:00 น.

 

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (Bangkok University-BU) เป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำที่มุ่งพัฒนาบัณฑิตรองรับความต้องการตลาดงาน ด้วยการปรับ และพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยล่าสุดออกแบบ 3 หลักสูตรใหม่ที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัลอย่างครบวงจร ได้แก่ หลักสูตรดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์, หลักสูตรเกม และสื่ออินเตอร์แอ็กทีฟ และหลักสูตรการตลาดดิจิทัล ซึ่งเป็นการพัฒนาบุคลากรของประเทศที่สอดคล้องกับเทรนด์โลก

ทั้งยังช่วยผลักดันการขับเคลื่อนประเทศไทยตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0

"เพชร โอสถานุเคราะห์"
อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า จากการสำรวจตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมช่วง 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า สาขาแอนิเมชั่นมีมูลค่าการบริโภคประมาณ 4,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 27 จากมูลค่าตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ทั้งหมด 14,000 ล้านบาท ทั้งยังมีการส่งออกสินค้าและบริการเกี่ยวกับแอนิเมชั่นคิดเป็นร้อยละ 81 ของการส่งออกดิจิทัลคอนเทนต์ทั้งหมดที่มีมูลค่ามากกว่า 900 ล้านบาท

"เห็นได้ชัดว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ดังนั้น ในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัย ซึ่งมีความโดดเด่นทางด้านความคิดสร้างสรรค์ในระดับแนวหน้าของเอเชีย เราจึงขับเคลื่อนกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกที่เป็นดิจิทัล ด้วยการผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา และแคนาดา รวมถึงสมาคม และบริษัทที่เป็นมืออาชีพทางด้านดิจิทัล และเทคโนโลยี เพื่อคิดค้น และพัฒนาหลักสูตรให้เหมาะสมรองรับกับความต้องการของตลาดงานและระบบเศรษฐกิจใหม่ Value-Based Economy"

"3 หลักสูตรเป็นเรื่องน่าสนใจ และเรามั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จทั้งหมด เพราะเรามีชื่อเสียงมานานในเรื่องของเครื่องมืออันทันสมัย และมีอาจารย์มากกว่าครึ่งที่มาจากอุตสาหกรรมเหล่านี้โดยตรง นอกจากนักศึกษาจะได้ฝึกฝนฝีมือกับมืออาชีพ เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างคนให้สามารถเป็นผู้ประกอบการได้อีกด้วย เพราะมากกว่า 20% ของนักศึกษาสาขาที่เกี่ยวกับดิจิทัลเลือกเปิดธุรกิจเป็นของตัวเอง"

ในอนาคตจะมีการปรับทุกหลักสูตรให้สอดคล้องกับดิจิทัลทั้งหมดเพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนจากสาขาวิชาอื่นต้องช่วยโลกดิจิทัลทำงาน แม้แต่คณะนิติศาสตร์ก็ต้องรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล

"เศรษฐา วีระธรรมานนท์" คณบดีคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ (BUDC) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวเสริมว่า แต่เดิมการเรียนเกี่ยวกับภาพยนตร์เป็นหนึ่งสาขาภายใต้คณะนิเทศศาสตร์ แต่ด้วยความที่มีนักศึกษาสนใจเรียนด้านนี้จนมีจำนวนเกินที่รับได้ จึงตัดสินใจแยกออกมาตั้งเป็นคณะ โดยมีหลักสูตรให้นักศึกษาเลือกเรียน 2 สาขา คือ สาขาวิชาภาพยนตร์ และสาขาวิชาสื่อดิจิทัล

"เป็นคณะใหม่ที่ทุ่มทุนสร้างสถานที่ที่มีอุปกรณ์จริงให้นักศึกษาใช้ตั้งแต่ปี1 พอจบออกไปสามารถทำงานจริงได้ทันที เพราะคุ้นเคยกับอุปกรณ์มาก่อน"

สำหรับสถาบันการศึกษาที่เป็นพันธมิตรสนับสนุนคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์คือ Vancouver Film School (VFS) ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนเบอร์หนึ่งของโลกทางด้านแอนิเมชั่น มาช่วยพัฒนาด้านหลักสูตรการเรียนออนไลน์ การฝึกอบรมนักศึกษา การร่วมมือผลิตผลงาน รวมทั้งการให้ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทั้งยังมีความร่วมมือใน Pathway Program สำหรับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ VFS อีกด้วย

สำหรับปีนี้ภาควิชาสื่อดิจิทัลยังมีหลักสูตรสื่อดิจิทัลทางเลือกใหม่ คือ Producing for Animation and Visual Effects นับเป็นหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในประเทศไทยที่เปิดสอนทางด้านนี้

ขณะที่ "ดร.พัฒนพล เหรียญโมรา" รองคณบดีฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยร่วมกับ Full Sail University ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อสนับสนุนงานวิชาการให้กับคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม เพราะเป็นสถาบันการศึกษาด้านสาขาเกมและสื่ออินเตอร์แอ็กทีฟ และการออกแบบเกมที่ติดอันดับมหาวิทยาลัยดีที่สุดของโลกในสาขาออกแบบเกม ที่จะมาช่วยเสริมแกร่งนักศึกษาของเราให้มีศักยภาพระดับสากลตอบโจทย์ตลาดแรงงาน

"เพราะข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(SIPA) ระบุว่า ปี 2558 มูลค่าตลาดดิจิทัลคอนเทนต์สูงถึง 12,745 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 2 สาขาหลัก ๆ ได้แก่ สาขาแอนิเมชั่นมูลค่า 3,851 ล้านบาท และสาขาเกมมูลค่า 8,894 ล้านบาท แม้ในภาพรวมจะเป็นการขับเคลื่อน โดยการนำเข้าแอนิเมชั่น และเกมจากต่างประเทศ แต่มีการผลิตงานที่มีทรัพย์สินทางปัญญาของไทยเพิ่มขึ้นด้วย โดยมีการคาดการณ์ว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมเกมในปี 2559 จะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 9.5 และขยับเพิ่มเป็นร้อยละ 22.3 ในปี 2560 ชี้ชัดว่าอุตสาหกรรมเกมเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ภาคธุรกิจจึงมีความต้องการบุคลากรผู้ผลิต และสร้างสรรค์เกมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงนับเป็นสัญญาณที่ดีที่มีการพัฒนาการเรียนรู้ในสายงานด้านนี้มากขึ้น"

"กิตติคม ปล้องนิราศ" ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดดิจิทัลและผู้อำนวยการหลักสูตรการตลาดดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวถึงหลักสูตร ว่า เป็นสาขาวิชาที่สอนครอบคลุมการบริหารจัดการด้านการตลาด เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือการตลาดดิจิทัล การวางแผน การทำงานวิจัย การจัดการสื่อ การตลาดแบบไร้สาย การวางแผนกลยุทธ์ นวัตกรรมสร้างสรรค์บนสื่อดิจิทัล

"เราร่วมมือสร้างหลักสูตรระหว่างคณะบริหารธุรกิจ และคณะนิเทศศาสตร์ รวมทั้งนักการตลาดดิจิทัลมืออาชีพชื่อดังจากภาคธุรกิจจริง เช่น บริษัท บริลเลียน แอนด์ มิลเลียน จำกัด ที่เป็นมืออาชีพด้านคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งหลากหลายแพลตฟอร์ม และบริษัท คลิกทูบิซ จำกัด (แอดยิ้ม ออนไลน์ เอเยนซี่) ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งในไทย มาร่วมออกแบบคอร์สการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง โดยในแต่ละสัปดาห์จะแบ่งเป็นการเรียนในห้องเรียน 3-4 วัน และลงมือทำงานจริงสัปดาห์ละ 3 วัน ตั้งแต่เรียนปี 1"

"ความก้าวหน้าในการทำงานของสายงานนี้นอกจากจะเติบโตเร็วมากยังได้รับค่าตอบแทนสูงตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน"

นับว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ก้าวสู่การเป็นผู้นำตัวจริงในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านดิจิทัลครบทุกมิติที่มุ่งผลิตนักศึกษาเป็นบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มการเติบโตค่อนข้างสูงเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View