เปิดโมเดลใหม่ "มินิบิ๊กซี" ปูพรม 300 สาขาทั่ว ปท.

updated: 16 มี.ค. 2560 เวลา 21:00:29 น.

 

บีเจซีบุกสะดวกซื้อเต็มสูบ เดินหน้าเปิดมินิบิ๊กซีเพิ่ม 300 สาขา ผุดคอนเซ็ปต์ใหม่ เติมเบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน พร้อมมุมนั่ง เจาะไลฟ์สไตล์คนเมือง ฝั่งฟอร์แมตไฮเปอร์มาร์เก็ต เดินหน้าชูอาหารสดดึงทราฟฟิกเข้าห้าง เตรียมส่งดีลิเวอรี่ถึงบ้าน ลุยพัฒนาสินค้าเฮาส์แบรนด์ จ่อเปิดสาขาในลาว-กัมพูชาภายในปี 2561

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีบิ๊กซีกว่า 800 สาขาเป็นหัวหอก ปีนี้จะเน้นขยายสาขาในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อมินิบิ๊กซีเป็นหลัก โดยเฉพาะมินิบิ๊กซีที่มีแผนเปิดอีกกว่า 300 สาขา ครึ่งหนึ่งเป็นร้านแฟรนไชส์ จากปัจจุบันมีกว่า 400 สาขา เพราะเป็นฟอร์แมตที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มียอดขายต่อร้านเดิมเติบโตดีกว่าร้านฟอร์แมตใหญ่ และยังมีโอกาสขยายไปในพื้นที่ชุมชนได้อีกมาก

ล่าสุดได้เปิดร้านมินิบิ๊กซีคอนเซ็ปต์ใหม่ ตกแต่งร้านด้วยโทนสีดำ ปรับดีไซน์ให้ทันสมัยขึ้น เพิ่มกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน มุมเบเกอรี่ มีพื้นที่นั่งรับประทานในร้าน รองรับความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น นำร่องสาขาแรกที่บริเวณซอยประชุมย่านสุรวงศ์เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีแผนขยายคอนเซ็ปต์นี้ในย่านชุมชนเมืองจุดอื่น ๆ เพิ่มเติม

ขณะที่ร้านรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตจะเปิดเพิ่มอีก 9 สาขา มีแผนเปิดในเมืองหลัก-เมืองรอง รวมทั้งพื้นที่ใกล้ ๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากนี้ไปจะให้ความสำคัญสินค้าในกลุ่มอาหารสด (Fresh Food) มากขึ้น เพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาซื้อของทุกวัน ช่วยเพิ่มทราฟฟิกในห้าง รวมทั้งเพิ่มน้ำหนักการพัฒนาสินค้าเฮาส์แบรนด์-ไพรเวตแบรนด์ อาทิ ออลเดย์ แฮปปี้บาท ฯลฯ ขายในช่วงราคาที่ไม่ได้มีสินค้าของคู่ค้าขายอยู่ เพื่อให้เป็นทางเลือกของลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่า โดยมีเป้าหมายเพิ่มยอดขายสินค้ากลุ่มนี้เท่าตัวภายใน 5 ปี

"ตอนนี้เราปรับพื้นที่การดูแลบิ๊กซีทั่วประเทศเป็น 10 เขต มีผู้จัดการในแต่ละภาคทำงานเชื่อมโยงกัน ดูแล นำเสนอสินค้าให้ตรงความต้องการของแต่ละพื้นที่มากขึ้น รวมทั้งปรับปรุงพื้นที่ของสาขาเดิม พัฒนาการบริการ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้ามากขึ้น รวมทั้งมีแผนเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ถือบัตรสมาชิกบิ๊กการ์ด เพื่อทำให้ร้านเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตคนในชุมชน ดึงคนเข้ามาใช้บริการบิ๊กซีมากขึ้น"

พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาช่องทางขายสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์บิ๊กซีที่มีสินค้าและโปรโมชั่นเหมือนกับในห้างโดยในครึ่งปีแรกจะเปิดให้บริการสั่งอาหารสดผ่านออนไลน์นำร่องในบางพื้นที่ที่อยู่ใกล้ 3-4 สาขาใหญ่ ควบคู่กับการพัฒนา Cmart (ซีมาร์ท) มาร์เก็ตเพลซที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายกลุ่ม

สำหรับทิศทางในต่างประเทศ จะเข้าไปเปิดสาขาในลาวและกัมพูชาภายใน 2 ปีนี้ มีแผนเปิดหลายสาขาเพื่อให้คุ้มค่าการบริหารจัดการ ซึ่งขณะนี้บิ๊กซีเป็นผู้ประกอบการต่างชาติรายเดียวที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำธุรกิจค้าปลีกในลาวได้

อย่างไรก็ตามในเดือนมีนาคมนี้บีเจซีจะออกหุ้นกู้อีก 40,000 ล้านบาท เพื่อบริหารความเสี่ยง เปลี่ยนจากเงินกู้ธนาคารที่อัตราดอกเบี้ยลอยตัวมาเป็นเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยคงที่ และช่วงกลางปีนี้มีแผนนำบิ๊กซีออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้เปลี่ยนมาถือหุ้นในบีเจซีแทน

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาบีเจซีมีรายได้ 137,598 ล้านบาท เติบโต 209.1% โดยกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่คิดเป็นสัดส่วนรายได้กว่า 65% สำหรับธุรกิจเดิม ได้แก่ กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค และกลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และทางเทคนิค ยังคงมีการเติบโตในปีที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มบรรจุภัณฑ์มีสัดส่วนการผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อรองรับการส่งออกสินค้าของผู้ประกอบการไทยมากขึ้น ขณะที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีแผนพัฒนาสินค้าใหม่ต่อเนื่อง โดยเร็ว ๆ นี้เตรียมร่วมกับพาร์ตเนอร์ญี่ปุ่นพัฒนาทิสชูเซ็กเมนต์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีในไทย ฯลฯ

"ปีนี้ไม่มีแผนซื้อธุรกิจอะไรเพิ่ม เน้นสร้างการเติบโตยอดขายและกำไรของบิ๊กซี-บีเจซี เพื่อเอากระแสเงินสดไปลดหนี้ให้เร็วที่สุด ซึ่งเรื่องกำลังซื้อที่เริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น ก็น่าจะเป็นผลดีต่อธุรกิจของบีเจซีที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการต่าง ๆ"

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

 
 
Desktop View