คลื่นลงทุนไหลพรึ่บ"เกาะกูด"ที่ดินพุ่งไร่ละ12ล้าน ท้องถิ่นรุมต้านธนารักษ์ประมูล"แหลมโตก"

updated: 17 มี.ค. 2560 เวลา 09:45:08 น.

 

เกาะกูด จังหวัดตราด เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม จึงกลายเป็นเดสติเนชั่นของนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ และยังเป็นที่หมายตาของนักลงทุน โดยเฉพาะในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมากระแสการลงทุนหลั่งไหลเข้าไปอย่างต่อเนื่องเพื่อก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ต

ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ได้ขายที่ดินไปแล้ว เพราะราคาสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะโซนติดทะเลที่มีเอกสารสิทธิพุ่งถึงไร่ละ 10-12 ล้านบาท แม้แต่ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิก็สูงถึงไร่ละ 1-4 ล้านบาท ปัจจุบันเกาะกูดมีโรงแรม รีสอร์ตประมาณ 75 แห่ง จำนวนกว่า 1,360 ห้อง

ทว่า ปัญหาของเกาะกูดวันนี้ก็คือ ความยืดเยื้อในการพิสูจน์สิทธิการถือครองที่ดินทำกินประมาณ 10,000 ไร่ ซึ่งชาวบ้านมีเอกสารสิทธิเพียง 10% เท่านั้น โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่แล้วเสร็จ และขณะนี้ยังส่งผลไปถึงชาวบ้านที่ประกอบธุรกิจรีสอร์ต โฮมสเตย์กว่า 50% ไม่สามารถยื่นจดทะเบียนได้ เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ หรือสัญญาเช่า

สำหรับเกาะกูดมีพื้นที่ 65,625 ไร่ มติคณะรัฐมนตรีปี 2510 และปี 2513 ประกาศให้เป็นที่ราชพัสดุ 63,000 ไร่ และเป็นพื้นที่สงวนของกองทัพเรือ (นสล.) 10,720 ไร่เศษ ซึ่งการดำเนินการใด ๆ ของกรมธนารักษ์จะต้องให้กองทัพเรือเห็นชอบด้วย



ประมูลที่ราชพัสดุแหลมโตก 48 ไร่

ล่าสุดกรมธนารักษ์ได้งัดที่ดินผืนงามบนเกาะกูดบริเวณ "แหลมโตก" หมู่ที่ 5 แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ตร. 455 จำนวน 48 ไร่เศษมาเปิดประมูลพัฒนาเชิงพาณิชย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 14 แปลง ใน 12 จังหวัดที่นำมาเปิดประมูลหาผู้ลงทุนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยกำหนดให้ยื่นซองประมูลในวันที่ 25 เมษายน 2560

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้เกิดกระแสการคัดค้านจากประชาชนในพื้นที่และกลุ่ม อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีที่กรมธนารักษ์ทวงพื้นที่แหลมโตกจากการครอบครองของกองทัพเรือ และขั้นตอนการรวบรัดให้เอกชนเช่า และระบุว่าแหลมโตกยังมีสภาพพื้นที่เป็นป่าอุดมสมบูรณ์ ไม่ถูกบุกรุกแต่อย่างใ

ผุดโครงการธนาเลย์บายเดอะซี

นายเกริกชัย พรหมดวง ธนารักษ์พื้นที่ตราดกล่าวว่า ที่ดินราชพัสดุ 48 ไร่เศษแปลงนี้อยู่ในผังแม่บทการพัฒนาเกาะกูดที่กรมธนารักษ์ศึกษาไว้ภายใต้โครงการ "ธนาเลย์ บาย เดอะ ซี" (Ta-nalay by the Sea) และยังเป็น 1 ใน 2 โครงการที่กรมธนารักษ์ได้มอบหมายให้ธนารักษ์พื้นที่จังหวัดตราดเป็นผู้ดำเนินการตามประกาศจังหวัดตราด นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ลงนามเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2560 โดยได้ผ่านขั้นตอนการซื้อซองสิ้นสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 มีผู้ซื้อซอง 4 ราย เป็นนักลงทุนทั้งในและนอกพื้นที่ และผู้ซื้อซองได้ลงไปดูพื้นที่จริง 2 ราย

"ที่ดินที่นำมาประมูลเป็นแปลงว่าง ไม่มีราษฎรบุกรุก กรมธนารักษ์เห็นว่ามีศักยภาพเชิงพาณิชย์พัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวมีโรงแรม รีสอร์ต ผู้เช่าต้องวางแผนการใช้พื้นที่ โดยเสนอโครงการก่อสร้างอาคารให้คณะกรรมการที่จังหวัดแต่งตั้งพิจารณาในวันยื่นซอง 25 เมษายน 2560 คาดว่าต้องเป็นนักลงทุนกระเป๋าหนักเพราะมูลค่าการก่อสร้างที่เกาะสูงกว่าบนฝั่งมาก น่าจะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี" นายเกริกชัยกล่าว

ส่วนเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่น่าห่วงเพราะมี พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร มีเงื่อนไขความสูงอาคารไม่เกิน 12 เมตร ไม่ทำลายต้นไม้ขนาดใหญ่ เนื่องจากสภาพพื้นที่มีป่าไม้แนวกลางเนินประมาณ 20% ส่วนเรื่องการบำบัดน้ำเสียและขยะก็มี พ.ร.บ.สาธารณสุข และ อบต.ดูแล ดังนั้น ปัญหาที่จะทำลายสิ่งแวดล้อมจึงไม่น่าเป็นห่วง

นายเกริกชัยกล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาเอกสารสิทธินั้นคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐจังหวัดตราด (กบร.) อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข จากจำนวนที่ดินพิสูจน์สิทธิ 476 แปลง ปัจจุบันเหลือพิจารณา 225 แปลง คาดว่าภายใน 2 เดือนนี้กรมธนารักษ์จะหารือกับกองทัพเรือเพื่อแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจนระหว่างพื้นที่ของกองทัพเรือใช้ประโยชน์และพื้นที่รอพิสูจน์สิทธิเพื่อคืนพื้นที่กรมธนารักษ์จัดให้ราษฎรเช่า




เปิดมาสเตอร์แพลนเกาะกูด

จากการสำรวจของ"ประชาชาติธุรกิจ"พบว่ากรมธนารักษ์เคยมีการจัดทำผังแม่บทการใช้ประโยชน์จากที่ราชพัสดุ(Master Plan) แปลงเกาะกูด จังหวัดตราด โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ตามนโยบายการพัฒนาของกรมธนารักษ์ โดยมอบให้บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด ร่วมกับบริษัท พิสุทธิ์ เทคโนโลยี จำกัด ดำเนินการศึกษาและจัดทำผังแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่เกาะกูดและผังพัฒนาพื้นที่เฉพาะเมื่อปี 2549 และกำหนดให้ดำเนินการภายในปี 2553

โดยมีโครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะจำนวน 5 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการเกาะกูด ซีฟร้อนท์ 2.โครงการชุมชนธนารักษ์พัฒนา 3.โครงการศูนย์กลางการบริการส่วนท้องถิ่น 4.โครงการฮิลไซค์ รีสอร์ต แอนด์ สปา และ 5.โครงการธนาเลย์ บาย เดอะ ซี (Ta-nalay by the Sea) ซึ่งกรมธนารักษ์ได้ยกเลิกการดำเนินการไปแล้ว 3 โครงการ เนื่องจากมีราษฎรอาศัยอยู่

ขณะเดียวกัน ยังคงดำเนินการต่อจำนวน 2 โครงการ คือ 1.โครงการเกาะกูด ซีฟร้อนท์ ซึ่งประกอบด้วยการก่อสร้างสะพานท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งชาวบ้านมีความต้องการโครงการนี้ และ 2.โครงการธนาเลย์ บาย เดอะ ซี เป็นการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เพื่อการท่องเที่ยว สัญญาเช่า 30 ปี รองรับนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์


ประมูลแหลมโตก - สภาพพื้นที่ปัจจุบันบริเวณแหลมโตก หมู่ 5 เกาะกูด จังหวัดตราด ประมาณ 48 ไร่ ซึ่งกรมธนารักษ์กำลังเปิดประมูลหาผู้ลงทุนเชิงพาณิชย์พัฒนาเพื่อการท่องเที่ยว แต่ประชาชนและท้องถิ่นในพื้นที่ไม่เห็นด้วย

ท้องถิ่น-ชาวบ้านรุมต้าน

นายเดชาธร จันทร์อบ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกูดกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์โครงการธนาเลย์ บาย เดอะ ซี เพราะกรมธนารักษ์ได้ทำการศึกษาไว้นานเป็น 10 ปีตั้งแต่ปี 2549 แต่ปัจจุบันเวลาผ่านมาถึง 10 ปีไม่มีการดำเนินการ ทำให้สภาพธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ทั้งป่าไม้ ปะการัง สัตว์น้ำ หากจะดำเนินการในปี 2560 ต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และทำประชาคมใหม่โดยยื่นผ่าน อบต.เกาะกูด ส่วนที่จะเปิดให้เอกชนเช่าตามประกาศวันที่ 19 ม.ค. 2560 นั้น ประชาชนในท้องถิ่นน้อยมากที่รับรู้ข่าวสาร จึงไม่ได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านตามกรอบเวลา

"กรมธนารักษ์ศึกษาไว้นานเป็น 10 ปี เสมือนยาหมดอายุ เช่น สภาพพื้นที่ป่าไม้ช่วงนั้นมีการบุกรุกแผ้วถางจริง แต่วันนี้ป่าไม้ขึ้นปกคลุมเต็มพื้นที่ ปะการังช่วงนั้นมีปัญหาเอลนิโญถูกทำลายก็กลับมาอุดมสมบูรณ์ จึงควรลงมาดูพื้นที่จริงและศึกษาใหม่" นายเดชาธรกล่าว

ด้าน นายพีระวัฒน์ วังรัตน์กุล นายอำเภอเกาะกูดกล่าวว่า เหตุผลที่ผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้านไม่เห็นด้วย เนื่องจาก 1.กระบวนการรับฟังความคิดเห็นผิดพลาด ไม่ได้แจ้งให้ประชาชน/ผู้นำท้องถิ่นรับทราบ และมาแสดงความคิดเห็นในช่วงกรอบเวลา 2.เป็นการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.ชาวบ้านรอพิสูจน์สิทธิมานานถึง 14-15 ปียังไม่ได้เอกสารสิทธิ แต่กรมธนารักษ์จะนำที่ราชพัสดุที่ขอคืนจากกองทัพเรือมาให้เอกชนประมูลหาประโยชน์ และ 4.ผลการศึกษาผ่านมานานถึง 10 ปี แล้วข้อมูลไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน

นี่เป็นข้อมูลที่สะท้อนมาจากฝ่ายท้องถิ่น และเหตุผลที่ภาคประชาชนได้ออกมาคัดค้านโครงการเปิดประมูลแหลมโตกให้เอกชนเช่า ในขณะที่วันนี้กรมธนารักษ์ก็ประกาศเดินหน้าไม่ถอยเช่นกัน

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View