เนรมิต สนามบินอู่ตะเภา EEC-เมืองการบินภาคตะวันออก

updated: 15 มี.ค. 2560 เวลา 20:30:56 น.

 

ในต้นสัปดาห์นี้คณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กรศ.) ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม ได้ติดตามความคืบหน้าระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ในโครงการหลักที่จำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการเป็นลำดับแรก 5 โครงการด้วยกัน ได้แก่ โครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง, โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3, โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและการซ่อมบำรุงอากาศยาน, โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์/ชิ้นส่วน-อิเล็กทรอนิกส์-หุ่นยนต์ และโครงการขยายเมืองปัจจุบันและสร้างเมืองใหม่



โดยที่ประชุมมีมติจะเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกให้เสร็จภายใน3เดือนก่อนที่จะเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกโดยจะนำ โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภากับโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูง ขึ้นมาผลักดันก่อนเป็นลำดับแรก

เมืองการบินภาคตะวันออก

ตัวสนามบินอู่ตะเภาปัจจุบันสามารถรับผู้โดยสารได้ประมาณ700,000คน/ปีหรือคิดเป็นร้อยละ 4 ของนักท่องเที่ยว 17 ล้านคนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่เมืองพัทยาและจังหวัดระยอง ตัวสนามบินประกอบไปด้วยทางวิ่ง 1 ทางวิ่งขนาดมาตรฐานรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้ มีอาคารผู้โดยสาร 2 หลังรับผู้โดยสารรวมกันได้ 3.7 ล้านคน/ปี ประกอบไปด้วย อาคารหลังที่ 1 รองรับ 700,000 คน/ปี กับอาคารหลังที่ 2 (เปิดใช้งานเดือนสิงหาคม 2560) รองรับได้ 3 ล้านคน/ปี และยังมีศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีโรงซ่อมเครื่องบินขนาด 24,000 ตารางเมตร สามารถซ่อมเครื่องบินได้พร้อมกัน 3 ลำ

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สนามบินอู่ตะเภาทำหน้าที่สนับสนุนการเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub) รองรับการขยายตัวของสนามบินสุวรรณภูมิ จึงเห็นควรประกาศให้พื้นที่บริเวณสนามบินอู่ตะเภาเป็นเขตส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เมืองการบินภาคตะวันออก (Special EEC Zone : Eastern Airport City) พื้นที่ที่จะพัฒนา 3,835 ไร่ มีกิจกรรมหลักที่จะต้องดำเนินการพัฒนา 6 กลุ่ม

โดยรัฐบาลจะต้องจัดสรรงบประมาณปี 2560-2561 ในการศึกษาทางวิ่งที่ 2 และงบฯลงทุนก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 การจัดทำรายงาน EIA ให้แล้วเสร็จภายในเวลา 1 ปี และเร่งรัด การทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ธุรกิจซ่อมเครื่องบินระหว่างบริษัทการบินไทยกับ Airbus ให้สำเร็จโดยเร็ว "ใน 3 เดือนหลังจาก กนศ.อนุมัติข้อเสนอ Eastern Airport City แล้วจะต้องมีการประกาศ TOR ให้เอกชนรับทราบถึงเกณฑ์และเงื่อนไขการลงทุนภายใต้รูปแบบรัฐและเอกชนร่วมลงทุน (PPP) เพื่อเข้าสู่กระบวนการเปิดประมูลในการพัฒนา 6 กิจกรรมในสนามบินเพื่อเร่งรัดให้เกิดการลงทุนโดยเร็วที่สุด" นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าว

อัดสิทธิประโยชน์เร่งรัดลงทุน

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการบริหารระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กรศ.) ได้กำหนดสิทธิประโยชน์เพื่อจูงใจนักลงทุนใน 6 กิจกรรมหลักในการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาประกอบไปด้วย 1) การได้รับสิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ (2559) กับ พ.ร.บ.กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งทั้ง 2 พ.ร.บ.นี้ดูแลโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) 2) การอนุมัติการเข้าเมืองและเข้าทำงานของผู้ลงทุนผู้บริหาร/ผู้เชี่ยวชาญครั้งละ 5 ปี

3) ลดหย่อนภาษีรายได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้เชี่ยวชาญในอัตราไม่เกินร้อยละ 17 4) ได้รับสิทธิในการเช่าที่ราชพัสดุ 50+49 ปี (รวม 99 ปี) 5) ได้รับสิทธิเขตปลอดอากรหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ที่เหมาะสมทั้งภายในและภายนอกเขตส่งเสริม หากเชื่อมโยงกันแล้วเป็นประโยชน์กับประเทศไทย และ 6) ให้สิทธิประโยชน์ด้านอื่น ๆ ที่เห็นว่า "จำเป็น" กับนักลงทุนเพื่อที่จะก่อให้เกิดการลงทุนทั้ง 6 กิจกรรมตามเป้าหมาย

ที่ประชุม กรศ.เชื่อว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาเมือง และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา Eastern Airport จะมุ่งไปสู่การเป็นมหานครการบินภาคตะวันออกได้ในอนาคต



สถานีมักกะสัน EEC Gateway



กปัจจุบันที่มีโครงการขนส่งมวลชนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่ EEC ถึง 3 โครงการด้วยกัน คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยองความยาว 193.5 กม. 6 สถานี (ลาดกระบัง-ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ศรีราชา-พัทยา-ระยอง), โครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ส่วนปัจจุบัน และส่วนต่อขยายช่วงพญาไท-ดอนเมือง และโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพงกับบางซื่อ-หัวหมาก (Missing Link) และส่วนต่อขยายหัวหมาก-ฉะเชิงเทรา

โจทย์ก็คือ ทำอย่างไรจะให้โครงการขนส่งมวลชนทั้ง 3 โครงการเชื่อมโยง 3 สนามบินอย่างไร้รอยต่อ เนื่องจากโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง สถานีต้นทางอยู่ที่ลาดกระบัง ผู้โดยสารจากภาคตะวันออกที่ต้องการเดินทางเข้า-ออกสนามบินสุวรรณภูมิ หรือเข้า-ออกกรุงเทพฯจะต้องเปลี่ยนถ่ายขบวนรถ ซึ่งไม่สะดวก ส่วนโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อระหว่าง 2 สนามบินใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที ปัจจุบันยังเป็นโครงการรถขนส่งมวลชนสำหรับผู้โดยสารในเมืองอยู่

ในขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงยังมีโครงสร้างทางวิ่งที่ต้องใช้ร่วมกับโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ส่วนต่อขยายพญาไท-ดอนเมืองอย่างไรก็ดี จากปัญหาการหยุดเดินรถแบบเชื่อมต่อสนามบิน (Express Line) ของโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เหลือเพียงรูปแบบ City Line ดังนั้น ทั้ง 2 โครงการ (แอร์พอร์ตเรลลิงก์-สายสีแดง) จะต้องเกิดการแข่งขันกันเองในอนาคต

ดังนั้น ที่ประชุม กรศ.จึงมีความเห็นให้รวมโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์กับโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ระยองเป็นโครงการเดียวกันด้วยการให้มีผู้เดินรถรายเดียวกัน(SingleProject Single Operation) โดยให้สถานีมะกะสันเป็น EEC Gateway



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม