"สุณัย" ส่องเสรีภาพการเมืองไทย ม.44 เป็นวิกฤตปลายเปิดไม่มีที่สิ้นสุด

updated: 15 มี.ค. 2560 เวลา 21:20:00 น.

 

สัมภาษณ์พิเศษ

โปรดอยู่ในความสงบ ! เป็นผลงานโดดเด่นของรัฐบาล-คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตลอดเกือบ 3 ปี ทิ้งร่องรอย จับกุม ควบคุมตัวไว้ในค่ายทหาร

"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์พิเศษ "สุณัย ผาสุข" ที่ปรึกษาประจำประเทศไทย ฮิวแมนไรต์วอตช์ ในวาระที่ตัวแทนจากรัฐบาล-คสช.ต้องไปตอบคำถามต่อสายตาชาวโลก บนเวทีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคม

"สุณัย" ประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในรอบ 3 ปี ภายใต้รัฐบาลทหาร-คสช.สงบราบคาบ หาปลายสิ้นสุดไม่เจอ

- สถานการณ์สิทธิมนุษยชนและสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกมีพัฒนาการของทิศทางไปในทางที่ดีขึ้นหรือว่าแย่ลง

สถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทยภายหลังการยึดอำนาจโดย คสช.ถือว่าเป็นกราฟที่ดิ่งลงหาปลายสิ้นสุดไม่ได้ เหมือนกับการตกเหวลึกมากจนหาก้นเหวไม่เจอ

- อะไรที่เป็นปัจจัยทำให้ฮิวแมนไรตส์วอตช์ประเมินแรงขนาดนี้

การเปลี่ยนจากกฎอัยการศึกมาเป็นมาตรา 44 ทำให้สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วหนักมหาศาล เป็นอำนาจที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมที่บอกว่ากำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย เป็นอำนาจที่มีไม่กี่ที่ในโลกใช้

ตราบใดที่มาตรา 44 ยังใช้อยู่ ฮิวแมนไรตส์วอตช์จึงประเมินว่าสิทธิมนุษยชนของไทยยังเป็นวิกฤตปลายเปิด

- แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ใช้ ม.44 ให้ใครเลือดตกยางออก

ถ้าจริงใจรัฐบาลควรเลิกใช้มาตรา 44 เพื่อภาพลักษณ์ของประเทศกลับคืนมา คนจะได้ให้น้ำหนักกับโรดแมปอย่างจริงจัง


สุณัย ผาสุข

- การใช้มาตรา 44 เพื่อต้องการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบราชการ

มาตรา 44 เป็นพื้นฐานของคำสั่งของหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 3 และ ฉบับที่ 13 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ครอบคลุมกว้างขวาง ตรวจค้น จับกุม ควบคุมตัว สอบสวน ในสถานที่ที่ไม่ใช่ที่คุมขัง สอบสวนในที่ปิดลับ การให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร รวมถึงห้ามสื่อมวลชนวิจารณ์ คสช. เป็นการใช้อำนาจในเชิงการรักษากฎหมาย การดูแลความสงบเรียบร้อยและกระบวนการยุติธรรม

- คสช.ตีความนิยามของการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก คือการรักษาความสงบเรียบร้อย

ก็นี่ไง และผลของการใช้มาตรา 44 ยังคงอยู่ต่อไป แม้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลใหม่แล้วก็ตาม

- เป็นเพราะ คสช.ยังไม่ไว้ใจสถานการณ์อาจเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

อำนาจพิเศษและการลิดรอนสิทธิมนุษยชน กติการะหว่างประเทศ (ยูเอ็น) ยอมให้เกิดขึ้นได้ ถ้าหากมีความจำเป็นยิ่งยวดเพื่อความอยู่รอดของชาติ แต่ต้องตั้งคำถามถึงความจำเป็นและเหตุผล

- นอกจากอำนาจมาตรา 44 แล้ว ยังมีเรื่องใดอีกที่เป็นตัวฉุดรั้งให้สถานการณ์ตกต่ำลงไปอีก

การออกคำสั่งตามอำนาจหัวหน้า คสช.และประกาศ คสช.หลายฉบับนำไปสู่การห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ประเทศที่เตรียมตัวให้มีส่วนร่วมของคนในสังคม จะต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้คนในสังคมสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างสงบ ทุกอย่างต้องถอดสลักด้วยการเลิกใช้มาตรา 44

- สถานการณ์การแสดงออกต่าง ๆ ช่วงนี้ดูเหมือนจะลดโทนลงไป

บรรยากาศแบบนี้ที่ไม่เห็นความระส่ำระสายในสังคมเพราะปัญหาไม่มี หรือทุกคนอยู่ในสภาพสงบราบคาบ สงบภายใต้กระบอกปืนจี้อยู่ ต้องราบคาบ ต้องยอมจำนนต่อการใช้อำนาจ เหลือแต่เบี้ยหัวแตก ปะทุประปราย

- ภายใต้ความหมายของความสงบราบคาบ แต่ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่จะพอใจกับความสงบแบบนี้

ถ้าเรื่องยังไม่โดนกับตัวเองคนก็ยังไม่รู้สึกการใช้อำนาจแบบนี้จำเป็นต้องได้รับการสมยอมจากกระแสสังคม มีจำนวนไม่น้อยในสังคมที่เห็นว่า ความสงบราบคาบเป็นคำตอบของสังคมไทย

ถ้าบอกว่าสังคมไทยกำลังคัดง้างกับ คสช.อย่างเดียว ไม่ใช่ ไม่เหมือนสมัยพฤษภาทมิฬ ที่สู้กับคณะ รสช. หรือสมัยบิ๊กบัง (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช.) ที่จะสู้กับคณะ คมช. หรือคณะรัฐบาลขิงแก่ แต่กลายเป็นต้องสู้กับ คสช.บวกกับสังคมอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของสังคม เป็นทฤษฎีใหม่ว่า ถ้าสังคมไม่เอาด้วย ความก้าวหน้าต่าง ๆ มันพังครืนทั้งหมด ให้ความสำคัญกับความสงบเรียบร้อย สำคัญกว่าเรื่องอื่น

- เมื่อ คสช.กลายเป็นส่วนหนึ่งของคนในสังคม คสช.จึงจัดอันดับคุณค่าของสิทธิมนุษยชนและการแสดงออก กลุ่มใดทำได้ กลุ่มใดทำไม่ได้

ถูกต้อง ถ้าเป็นฝ่ายเชียร์ คสช.ก็จะมีการเปิดพื้นที่ให้มากกว่า ถ้าเป็นฝ่ายที่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายค้านการรัฐประหาร ยังไม่ได้ขยับก็ถูกเบรกตั้งแต่ออกจากบ้านแล้ว

- พื้นที่สื่อกระแสหลักที่กำลังจะถูกกฎหมายควบคุมสื่อปิดปากจะเป็นพื้นที่สุดท้ายในการแสดงออกหรือไม่

สื่อจะถูกปิดปากให้กำชับอีกหนึ่งชั้นโดยการใช้ร่าง พ.ร.บ.สื่อเป็นตัวกำกับ สื่ออิเล็กทรอนิกส์จะใช้อำนาจกำกับผ่าน กสทช. รวมถึงวิทยุและทีวี ขณะที่สื่อออนไลน์ก็จะมี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ควบคุมอยู่ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.คอมฯฉบับแก้ไขที่จะเป็นตัวควบคุมคอนเทนต์ของสื่อออนไลน์ เอาผิดต่อข้อมูลที่เป็นเท็จ บิดเบือน เป็นถ้อยคำที่กว้างมาก ทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อกระแสใหม่ หรือสื่อออนไลน์ถูกคุมหมด แลนด์สเคปของสื่อจะเป็นพื้นที่ที่ถูกกดทับอย่างมาก

- การสร้างความปรองดองของ คสช.จะทำให้เปิดพื้นที่สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกมากขึ้นหรือไม่

การสร้างความปรองดองเที่ยวนี้เป็นการวางกฎกติกาให้พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองว่าจะอยู่กันอย่างไรในอนาคต ไม่ได้มองความแตกต่างแต่ละฝ่าย มันย้อนกลับมาสู่ความสงบราบคาบ

การสร้างความปรองดองในรอบนี้ก็ยังเดินต่อไปเพราะ คสช.เป็นคนคุมเกม เพราะมีอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ตราบใดที่ คสช.อยากให้เดินต่อไป แต่ผลระยะยาวที่จะทำให้เกิดความสมานฉันท์อย่างแท้จริง ไม่ได้ตอบโจทย์นั้นเลย แต่ที่มันเกิดขึ้นได้ คือ คสช.เป็นคนที่ใหญ่ที่สุดในเกม

- การจัดระเบียบโครงสร้างทางการเมืองในรูปแบบการสร้างความปรองดองในครั้งนี้

ดูเหมือนแกนนำจะยอมในเกมนี้ก็ต้องยอม...สภาพอย่างนี้เป็นสภาพที่ว่า เหมือนดูหนัง God Farter คือข้อเสนอที่คุณปฏิเสธไม่ได้ ต้องลงมาเล่นเกมนี้ด้วย แต่สังคมมีมากกว่าปลายยอด ตราบใดที่ คสช.ยังมีอำนาจนำในสังคม ก็สามารถเดินเกมได้ตามที่ออกกฎ กติกามา คนอื่นก็ทำตามและครองสภาพนี้ต่อไป แต่เมื่อใดที่อำนาจนี้สั่นคลอน มีโจทย์ท้าทายแรง ๆ เกินวิสัยที่ คสช.จะใช้อำนาจนั่งทับได้ ก็มีความสุ่มเสี่ยงที่สังคมจะมีสภาพย้อนกลับไปสมัยปี"53 หรือสมัยก่อนหน้านี้

- โจทย์ท้าทายแรง ๆ ในอนาคตที่เกินวิสัยที่ คสช.จะรับมือได้ คือ เรื่องอะไร

ขั้วที่จะเป็นตัวจุดปะทุอาจไม่ใช่การเมืองเหลือง-แดง อาจมาจากการจัดสรรทรัพยากรที่มีผลกระทบในวงกว้าง

- กรณีบีบีซีไม่ต่อสัญญาคลื่นสัญญาณวิทยุกับรัฐบาลไทยจะเป็นกรณีตัวอย่างของสื่อที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลอังกฤษแต่มีปัญหากับรัฐไทยหรือไม่

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศโดยเฉพาะข้อที่ว่า บีบีซีโดยฝ่ายเดียวตัดสินใจจะถอนตัวจากการเจรจา แต่คำถามที่ยังไม่ได้ตอบ คือ ฝ่ายไทยตั้งเงื่อนไขอะไรที่บีบีซีรับไม่ได้ถึงกับยอมออกจากกระบวนการเจรจา เพราะสถานีถ่ายทอดคลื่นสั้นอันนี้ เป็นสถานีที่สำคัญมากของบีบีซี เป็นสถานีส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ทั่วเอเชีย ถ้าพิจารณาจากบรรทัดฐานการเลิกใช้สถานีที่ฮ่องกง คือความเป็นอิสระในการแสดงเนื้อหาถูกคุกคามหรือไม่ จึงอาจเป็นไปได้ที่จะมีการตั้งเงื่อนไขที่หนักหน่วงมากจนบีบีซีรับไม่ได้ จึงยุติการเจรจา

- กรณีบีบีซีแนวโน้มจะเป็นอย่างไร

ประเทศไทยเกรงว่าจะถูกยกกรณีบีบีซีเป็นตัวอย่าง ระหว่างตอบคำถามยูเอ็นเรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ จึงบอกว่าพยายามเจรจาแล้วแต่บีบีซีถอนตัวไปเอง ทางบีบีซีอาจจะใช้กรณีนี้กลับมาเริ่มการเจรจากันใหม่หรือไม่ เงื่อนไขใดที่บีบีซีรับไม่ได้ก็ขอให้รัฐบาลไทยทบทวน

- การจัดระเบียบของ คสช.ใหม่มีนัยอะไรหรือไม่ เพราะอีกไม่นานก็ต้องเลือกตั้ง

(สวนทันที) คสช.ยังไม่ลงจากอำนาจ คนในรัฐบาลออกมาให้สัมภาษณ์ว่าวิสัยทัศน์ 20 ปีมีผลผูกพัน คสช.อาจจะเปลี่ยนชื่อไปเป็นอย่างอื่น เป็นกรรมการปฎิรูปประเทศ กรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แม้กระทั่ง ส.ว.แต่งตั้ง โดย คสช. ไม่ว่าใครชนะทุกคนต้องทำตามวิสัยทัศน์ 20 ปี

- ในสายตาของต่างประเทศในช่วงสุดท้ายโรดแมป คสช.อุ่นใจขึ้นหรือต้องจับตามากขึ้น

สายตาระหว่างประเทศมองว่า คสช.ยังคงสภาพต่อไป ตามที่ คสช.ออกแบบไว้ รวมถึงบทบาทของตัวบุคคลที่เป็นแกนนำผลักดัน คสช. ผ่านกระบวนการสร้างความปรองดองและวิสัยทัศน์ 20 ปี

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม