ทุนใหม่แสนล้าน รับสังคมสูงอายุ ม.รังสิต-KPN-โมเดอร์นฟอร์มบุก

updated: 16 มี.ค. 2560 เวลา 20:00:55 น.

 

ธุรกิจโรงพยาบาลคึกคัก ทุนใหม่-เก่า ทุ่มลงทุนชิงเค้ก 6 แสนล้าน "ณรงค์เดช-ศรีไกรวิน" ขึ้น รพ. 152 เตียง "พฤกษา" ตอกเข็มปลายปีนี้ "โมเดอร์นฟอร์ม" จับมือพันธมิตรลดเสี่ยง"อาทิตย์ อุไรรัตน์" เท 1.4 หมื่นล้านคัมแบ็ก ด้าน "กรุงเทพ" มุ่งสร้าง รพ.เฉพาะทาง "บำรุงราษฎร์" แจ้งเกิดสาขาเพชรบุรีตัดใหม่ ขณะที่กลุ่มธนบุรี ยึดรังสิตผุดโปรเจ็กต์ยักษ์

ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่มีการเติบโตและมีแนวโน้มขยายต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูง การขยายตัวของชุมชนเมือง ประชากรสูงอายุที่ต้องการการดูแลรักษามีจำนวนเพิ่มขึ้น การเดินทางจากประเทศเพื่อนบ้านที่สะดวก รวมทั้งการท่องเที่ยว เมดิคอล ทัวริซึ่ม ที่ได้รับความนิยมขึ้น ฯลฯ ล้วนเป็นปัจจัยให้มีการลงทุนใหม่ ๆ จากทั้งกลุ่มทุนใหม่และกลุ่มทุนเดิมก็ยังมีแผนจะขยายการลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง



ทุนใหม่ดาหน้าโดดแย่งเค้ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าล่าสุดกลุ่มตระกูลณรงค์เดชและศรีไกรวิน ได้กระโดดเข้าสู่ธุรกิจโรงพยาบาล ในชื่อของบริษัท เคพีเอ็น เฮลท์แคร์ จำกัด (มหาชน) ที่จดทะเบียนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ทุนจดทะเบียน 551 ล้านบาท มีกรรมการบริษัท ประกอบด้วย นายณพ ณรงค์เดช นายณัฐวุฒิ เภาโบรมย์ นายไกรวิน ศรีไกรวิน นายธีรศักดิ์ ปัสสารี และ น.ส.สนวรรณ ศิริประเสริฐ และเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา โครงการโรงพยาบาลขนาด 152 เตียง ของบริษัทเคพีเอ็นเฮลท์แคร์ ได้รับความเห็นชอบเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการนี้ตั้งอยู่บนถนนรัชดาฯ-รามอินทรา ต.นวลจันทร์ บึงกุ่ม กรุงเทพฯ บนพื้นที่ 8 ไร่

ก่อนหน้านี้ นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศจะทุ่มงบฯลงทุนราว 5,000 ล้านบาท สร้างโรงพยาบาลวิมุตติ ขนาด 250 เตียง บนพื้นที่ 8 ไร่ ย่านสะพานควาย ใกล้ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ และอยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปลายปีนี้

"ธุรกิจเฮลท์แคร์ ที่มีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 6 แสนล้านบาท เป็นตลาดที่ใหญ่และมีอัตราการเติบโตสูง คือ 8% ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดเพียง 3 แสนล้านบาท"

เช่นเดียวกับบริษัท โมเดิร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่มีความเคลื่อนไหวแตกไลน์ธุรกิจเข้ามาสู่ธุรกิจโรงพยาบาล โดยได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า ได้ซื้อหุ้นบริษัท โมเดอร์นฟอร์มเฮลท์แคร์ จำกัด และเข้าไปลงทุนในบริษัท ยูไอซีซี จำกัด ที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อธุรกิจสุขภาพ โรงพยาบาล และเวชภัณฑ์

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการโรงพยาบาล กล่าวเสริมว่า การแตกไลน์ธุรกิจมายังธุรกิจโรงพยาบาลของกลุ่มโมเดอร์นฟอร์มจะเป็นในรูปของการจับมือหรือการร่วมลงทุนกับพันธมิตรที่มีประสบการณ์ในธุรกิจโรงพยาบาลซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาและมีแผนจะทำตลาดเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ด้วย

"ดร.อาทิตย์" คัมแบ็กเต็มตัว

ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตเจ้าของโรงพยาบาลพญาไท เปิดเผยว่า จะทุ่มลงทุนอีกไม่ต่ำกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างโครงการอาร์เอสยู อินเตอร์เนชั่นแนล ฮอสพิทอล บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในนามของบริษัท อิควิตี้ เรสซิเดนเชียล (อโศก) จำกัด เป็นโรงพยาบาลขนาด 304 เตียง บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ โดยต้องการจะสร้างให้เป็นศูนย์การแพทย์ครบวงจรชั้นสูง

รายงานจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่าที่ผ่านมา ดร.อาทิตย์ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัท เอเวอร์แลนด์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มนายรอย อิศราพร ร่วมลงทุนในบริษัท อาร์เอสยู อินเตอร์เนชั่นแนล ฮอสพิทอล จำกัด ทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท โดยกลุ่ม ดร.อาทิตย์ถือหุ้น 50% เอเวอร์แลนด์ถือหุ้นผ่านบริษัทลูก คือ บริษัทมาย ฮอสพิทอล 30% และกลุ่มนายรอย อิศราพร ชุตาภา 20% และปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มาย ฮอสพิทอล ได้ซื้อหุ้นของบริษัท โคราชเมดิคัลกรุ๊ป จำกัด โรงพยาบาลขนาดเล็กในจังหวัดนครราชสีมา

แหล่งข่าวจากวงการโรงพยาบาล กล่าวว่า การประกาศลงทุนสร้างโครงการอาร์เอสยูฯดังกล่าว ถือเป็นการหวนกลับสู่ธุรกิจอย่างเต็มตัวอีกครั้งหนึ่งของ ดร.อาทิตย์ จากก่อนหน้านี้ที่ได้กลับเข้ามาสู่ธุรกิจสุขภาพด้วยการตั้งบริษัท อาร์เอสยู เฮลท์แคร์ จำกัด เพื่อให้บริการศูนย์สุขภาพ และศูนย์ทันตกรรม มาระยะหนึ่งแล้ว หลังจากที่เสียโรงพยาบาลพญาไทให้กับกลุ่มนายวิชัย ทองแตงไปเมื่อปลายปี 2548

ค่ายใหญ่ทยอยลงทุนเพิ่ม

แหล่งข่าวจากบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้โรงพยาบาลรายใหญ่หลายแห่งยังมีแผนการลงทุนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ทั้งที่เป็นเมืองหลักและเมืองรอง ซึ่งจะมีทั้งการลงทุนเปิดสาขาเพิ่มและการควบรวมกิจการ สำหรับกลุ่มรามคำแหงเองจากนี้ไปจะเน้นการขยายสาขาในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น เนื่องจากตลาดในกรุงเทพฯมีการแข่งขันสูง ล่าสุดเมื่อกลางปีที่ผ่านมาเพิ่งได้รับใบอนุญาตเรื่องสิ่งแวดล้อม ในส่วนของโรงพยาบาลธัญญเวช อำเภอลำลูกกา ปทุมธานี เป็นโรงพยาบาล 211 เตียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพที่ตั้งเป้าจะเปิดให้ครบ 50 สาขา ในปลายปี 2560 จากปลายปี 2559 มี 43-44 สาขา และได้เริ่มทยอยลงทุนสร้างสาขาเพิ่มตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพ สุราษฎร์ ขนาด 150 เตียง โรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงราย ขนาด 80 เตียง

ขณะเดียวกันก็มีการลงทุนเพื่อพัฒนาโรงพยาบาลในเครือให้เป็นเซ็นเตอร์ออฟเอ็กซ์เซลเลนซ์ (Center of Excellence) เพื่อรักษาโรคที่มีความซับซ้อน อาทิ สมอง หัวใจ มะเร็ง อุบัติเหตุ นำร่องที่สาขาในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ อุดรธานี พัทยา ภูเก็ต และพนมเปญ รวมทั้งการลงทุนในโครงการโรงพยาบาลสมองและกระดูกกรุงเทพ ที่ซอยศูนย์วิจัย ที่คาดว่าจะเสร็จปลายปี 2560

นอกจากนี้ยังมีแผนจะลงทุนพัฒนาโรงแรมปาร์คนายเลิศให้เป็นโครงการศูนย์สุขภาพครบวงจร BDMS Wellness Clinic ศูนย์สุขภาพครบวงจรแห่งแรกในเอเชีย เพื่อกระแสตื่นตัวของคนทั่วโลกให้ความสนใจด้านสุขภาพโดยเฉพาะในด้านเวชศาสตร์ป้องกันและเวชศาสตร์ชะลอวัย

ส่วนบำรุงราษฎร์ที่ผ่านมานอกจากจะมีการซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์บริเวณรอบๆ โรงพยาบาลเพื่อขยายพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยนอกและขึ้นอาคารใหม่ และล่าสุด โครงการบำรุงราษฎร์ เพชรบุรี แคมปัส บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ได้รับการอนุมัติเรื่องสิ่งแวดล้อมแล้ว เป็นโรงพยาบาลขนาด 202 เตียง ตั้งบนพื้นที่ 5 ไร่ และมีพื้นที่เชิงพาณิชย์ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการประเมินภาพการลงทุนของกลุ่มโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั้งรายใหม่รายเก่า เบื้องต้นคาดว่าปีนี้จะมีเม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 7-8 หมื่นล้านบาท และหากนับรวมการซื้อโรงแรมปาร์คนายเลิศ ของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินลงทุนถึง 12,800 ล้านบาท ก็จะมีเม็ดเงินลงทุนมากกว่าแสนล้านบาท

ธุรกิจสดใส รายได้เพิ่ม-กำไรพุ่ง

รายงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) กลุ่มการแพทย์ ปี 2559 เทียบกับปี 2558 ว่า มีผลการดำเนินงานเป็นกำไร 18 บริษัท และขาดทุน 1 บริษัท โดยทั้ง 19 บจ. มีกำไรสุทธิรวม 18,357 ล้านบาท จากปี 2558 ที่มีกำไร 17,219 ล้านบาท และมียอดขายรวม 133,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มียอดขายรวม 123,800 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายรวม 88,381 ล้านบาท จากปี 2558 มีต้นทุนขาย 81,399 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นปี 2559 อยู่ที่ 33.70% ลดลงจากปี 2558 ที่ตัวเลขอยู่ที่ 34.25%

เตือนจำนวนเตียงใน กทม.ล้น

นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงพยาบาลธนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ในกรุงเทพฯยังมีจำนวนเตียงส่วนเกินอยู่ประมาณ 40% ดังนั้น รายใหม่ที่จะเข้ามาจะต้องวางโพซิชันนิ่งให้ชัดเจน หากเป็นโรงพยาบาลทั่วไป โดยส่วนตัวมองว่าจะเป็นการลงทุนที่เหนื่อย เพราะการลงทุนแต่ละโรงต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 5,000-7,000 ล้านบาท และใช้เวลาคืนทุน 5-7 ปี และที่เป็นปัญหาคือ การขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทาง

"2-3 ปีมานี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของบ้านเราค่อนข้างต่ำ ซึ่งก็ส่งผลกระทบกับธุรกิจโรงพยาบาลเช่นกัน ประกอบกับตลาดตะวันออกกลางที่เคยเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญก็ไม่ดีนักเพราะราคาน้ำมันตกต่ำ แต่โชคดีที่ได้คนไข้จากเมียนมา กัมพูชา เวียดนาม เข้ามาชดเชยบ้าง"

ส่วนทิศทางการลงทุนของกลุ่มธนบุรีจากนี้ไปหลัก ๆ จะเน้นการรักษาโรคเฉพาะทาง เพื่อเจาะตลาดที่เป็นนิชมาร์เก็ตและกลุ่มผู้สูงอายุ โดยมีแผนจะลงทุนโครงการ Northern Medical City ในย่านรังสิต คาดว่าจะใช้งบฯรวม 8,000-10,000 ล้านบาทภายในโครงการประกอบด้วย ซีเนียร์โฮม โรงพยาบาล ขนาด 200 เตียง อาคารผู้ป่วยพักฟื้นหลังรับการรักษา 200 เตียง รวมทั้งมีแผนจะสร้างใหม่ 5-6 แห่งในต่างจังหวัด อาทิ อุตรดิตถ์ กาฬสินธุ์ เป็นต้น

แหล่งข่าวจากวงการโรงพยาบาลอีกรายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า จากข้อมูลของกองการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ปัจจุบันมีจำนวนโรงพยาบาลเอกชนทั้งสิ้นประมาณ 345-350 แห่ง คิดเป็นจำนวนเตียงประมาณ 34,700 เตียง และในจำนวนนี้เป็นโรงพยาบาลในกรุงเทพฯถึง 105 แห่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% และมีจำนวนเตียงประมาณ 14,000 เตียง หรือคิดเป็นประมาณ 40% ของจำนวนเตียงทั้งประเทศ

"ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า โรงพยาบาลเอกชนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ ในอนาคตโดยเฉพาะบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ หากมีโรงพยาบาลใหม่เปิดเพิ่มขึ้นอีก ทั้งบำรุงราษฎร์ เพชรบุรีฯ, อาร์เอสยู ก็จะทำให้ย่านนั้นมีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ถึง 5 แห่ง จากเดิมมี รพ.กรุงเทพและ รพ.พระราม 9 รพ.ปิยะเวท ที่อยู่ในย่านใกล้เคียงกัน ซึ่งจะทำให้ย่านดังกล่าวมีการแข่งขันสูงมาก" แหล่งข่าวกล่าว

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View