The mask singer

updated: 14 มี.ค. 2560 เวลา 16:00:00 น.

 

คอลัมน์ ครู พัก ลัก จำ โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ ผอ.สถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์์ทางธุรกิจ มหาวิทยาลัย ศรีปทุม

รายการเกมโชว์ the mask singer เป็นรายการโทรทัศน์ที่ฮิตที่สุดในตอนนี้ ทำให้แทบทุกคนพูดถึงหน้ากากอีกาดำ หน้ากากทุเรียน ตามลุ้นตามดูแบบสด ๆ ทุกวันพฤหัสฯ เป็นสุดยอดรายการที่มีเรตติ้งสูงกว่าละครหลังข่าวที่เป็นแชมป์มาทุกยุคทุกสมัย น่าจะเป็นรายการเกมโชว์ที่มีเรตติ้งสูงที่สุดตั้งแต่เคยมีรายการโทรทัศน์มา รายการนี้นำพาสถานี Workpoint ที่กำลังร้อนแรง ขึ้นเป็นอันดับสองของประเทศไทยต่อจากช่องเจ็ดในเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนั้น รายการ the mask singer ยังมีผู้ดูผ่านทาง facebook live ทั้งช่วงออกอากาศสดและหลังจากนั้นไม่นานอีกกว่าสามล้านคนต่อครั้ง และมีวิวในยูทูบหลายสิบล้านวิว ทำให้ workpoint channel ใน YouTube ขึ้นไปเป็น channel ยอดนิยมหนึ่งในสิบของโลก ส่วนหนึ่งก็เป็นการทดลองของทาง workpoint ที่ลองออกอากาศคู่ขนานระหว่างโลกโทรทัศน์กับ Social Media ซึ่งได้ผลดีอย่างน่าประหลาดใจว่าทั้งสองช่องทางมีส่วนเสริมซึ่งกันและกัน และดูเหมือนจะเป็นคนละกลุ่มเป้าหมายกัน ยิ่งทำให้ the mask singer ขยายฐานผู้ชมมากขึ้นไปอีก



แต่ผมยังไม่คิดว่าเราจะเห็นจุดสูงสุดของรายการจากที่ผ่านมา เพราะในรอบรองชนะเลิศ จนถึงรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 23 มีนาคมที่จะถึงนี้ น่าจะทำให้รายการ the mask singer ยิ่งทำสถิติสูงขึ้นไปอีก และในซีซั่นหน้าที่รายการติดลมบนแล้ว การเชิญศิลปินดัง ๆ มาจะยิ่งง่ายขึ้น

เป็นเท่าทวีคูณและจะยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้รายการมากขึ้นไปอีกหลายเท่า

..........

The mask singer เป็นรายการที่ทาง workpoint ซื้อฟอร์แมตรายการมาจากประเทศเกาหลี โดยมีแนวทางหลักคือเอาคนดังมาใส่หน้ากากร้องเพลงแล้วให้กรรมการทายว่าเป็นคนดังคนไหน มีหลักง่าย ๆ แค่นั้น ซึ่งเดิมที่เกาหลีจะเน้นที่ศิลปินที่เคยดังแต่ตกยุคไปแล้วหรือศิลปินที่กำลังจะดัง โดยเน้นเป็นแนวดราม่าเป็นหลัก แต่ workpoint เอาเข้ามาปรุงรสให้เข้ากับรสนิยมคนไทย โดยเน้นความอลังการงานสร้าง ความสนุก ความฮา และการลุ้นแบบจังหวะไทย ๆ ที่ workpoint มีความชำนาญอยู่แล้ว ด้วยประสบการณ์ที่มี ฟอร์แมตที่สนุกสนาน และความลงตัวของรายละเอียดต่าง ๆ รายการนี้จึงกลายเป็นรายการยอดฮิตในปัจจุบัน

ป๋าเต้ด ยุทธนา บุญอ้อม ผู้คร่ำหวอดในวงการโชว์บิซและเป็นหนึ่งในกรรมการของรายการ ได้มาเล่าวิเคราะห์สั้น ๆ ในคลาสของเอบีซีหกเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ถึงองค์ประกอบแห่งความสำเร็จของรายการนี้ โดยป๋าเต้ดมองเห็นปัจจัยสามประการที่รายการนี้มี ประการแรก ก็คือ ฟอร์แมตของรายการที่ให้คนดังใส่หน้ากากแล้วร้องเพลงแข่งกัน ทำให้คนดังที่เดิมอาจจะต้องยึดติดกับภาพลักษณ์หรือแบรนด์ของตัวเอง สามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ อยากร้องเพลงอะไรที่เดิมอาจจะร้องไม่ได้ก็สามารถทำได้ อยากพูดจากวนโอ๊ย หรืออยากเล่นเป็นบทบาทประหลาด ๆ ก็ทำได้ภายใต้หน้ากาก ทำให้เกิดความสนุกจากการเล่นได้อย่างไม่มีกรอบ รวมถึงความเซอร์ไพรส์เมื่อถอดหน้ากากเพราะไม่คิดว่าคนดังที่เรายึดติดกับภาพบางอย่างอยู่ จะกล้าทำในสิ่งบ้า ๆ เหล่านั้นได้ จึงเป็นเสน่ห์ที่น่ารักมาก ๆ ของรายการ

ประการที่สอง
คือ การที่ให้กรรมการตัดสินและทายว่าใครร้อง ซึ่งกรรมการมักจะทายผิดเพราะข้อมูลที่จำกัดและสภาพห้องออกอากาศที่เสียงอาจจะไม่สมบูรณ์ ในขณะที่คนดูทางบ้านที่ฟังเสียงที่ปรุงแต่งแล้ว และยังสามารถหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ช่วยกันเดา ช่วยกันทายผ่านโซเชียลมีเดีย และมักจะทายได้เก่งกว่ากรรมการ ทำให้มีความรู้สึกที่สนุกและสะใจว่ากรรมการโง่กว่าคนดู

ในเรื่องนี้ผมก็ต้องขอชมทางทีมงานที่สามารถเลือกกลุ่มกรรมการที่โหดมัน ฮา และตลกมาก ๆ จนกลายเป็นจุดขายหลักอีกจุดหนึ่งของรายการนอกจากการลุ้นศิลปินอีกด้วย

ประการสุดท้าย ป๋าเต้ดอธิบายว่า ความที่ต้องลุ้นว่า คนชนะเข้ารอบ คนแพ้ถอดหน้ากาก ทำให้ความสนุกที่สุดคือต้องดู "สด" เท่านั้น เพราะถ้าพลาดรายการสดไป แล้วตื่นเช้าไปทำงานเราจะหงุดหงิดมากเพราะเพื่อน ๆ ที่ทำงานจะรู้แล้วว่าเป็นใคร เราเองจะถูกสปอยล์ ทำให้ไม่อยากพลาดในช่วงรายการสดไป ซึ่งในยุคสมัยแห่งยูทูบ และสื่อดิจิทัล รายการโทรทัศน์ที่ยังคงกระพันและยืนหยัดอยู่ได้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายการ "สด" แทบทั้งสิ้น เช่นการถ่ายทอดกีฬาต่าง ๆ เป็นต้น

ผมเองอยากจะเติมไปอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือการที่รายการมี "Key Visual" ที่แข็งแรงมาก ๆ ที่ทำให้กระตุกคนจากจอโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูทีวีได้ นั่นก็คือ หน้ากากประหลาด ๆ ที่ให้ศิลปินเลือกใส่ ซึ่งทีมงานใช้เวลาทำชุดและหน้ากากอย่างพิถีพิถันเป็นเดือน ๆ พอมีหน้ากากประหลาดโผล่ขึ้นมาบนทีวี ไม่ว่าใครต่อใครก็จะต้องอดเหลียวมองไม่ได้ เป็นอีกองค์ประกอบที่สำคัญของความสำเร็จของรายการในสายตาของผม

แต่ทั้งหมดทั้งปวงแล้ว คนที่ผมคิดว่าสรุปเรื่องราวของ the mask singer ได้ดีที่สุด ก็คือหนึ่งในผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดของ workpoint พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ ที่เขียนไว้สั้น ๆ ไว้เพียงประโยคเดียวใน facebook ว่า

"การใส่หน้ากาก ก็คือการถอดหน้ากากนั่นเอง"



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม