ฟังมุมมอง"ทูตฟินแลนด์" สร้างคนคุณภาพ เรียนสนุกสไตล์ "ฟินเเลนด์"ประเทศระบบการศึกษาดีสุดในโลก

updated: 14 มี.ค. 2560 เวลา 20:45:21 น.

 

เป็นที่ทราบกันดีเเล้วว่า "ฟินเเลนด์" คือสุดยอดประเทศที่มีความเป็นเลิศทางการศึกษา โดยได้รับการยอมรับว่ามีระบบการเรียนการสอนที่ดีที่สุดในโลก จากการจัดอันดับจาก The World Economic Forum, Globel Competitiveness Report 2014-2015 อีกทั้งยังเป็นประเทศในเขตสแกนดิเนเวียที่ขึ้นชื่อว่ามีสวัสดิการรัฐในระดับดีมาก รัฐบาลฟินเเลนด์จัดระบบการศึกษาเเบบไหน พัฒนาประชากรอย่างไร  เเละปลูกฝังให้เด็กเเละเยาวชนมีนิสัยรักการอ่านด้วยวิธีใด  เอกอัครราชทูตฟินเเลนด์ประจำประเทศไทย จะมาเล่าให้ฟังกัน

"ซาตู ซุยก์การี เควฟเวน" เอกอัครราชทูตฟินเเลนด์ประจำประเทศไทย เปิดเผยในงานเปิดเเถลงข่าวสัปดาห์หนังสือเเห่งชาติครั้งที่ 45 ว่า หากย้อนกลับไปในช่วงก่อตั้งประเทศเมื่อราว100 ปีก่อน ฟินเเลนด์ไม่ได้เป็นประเทศพัฒนาเเล้วเช่นทุกวันนี้ เเต่ทว่าเป็นประเทศที่ค่อนข้างลำบากเเละยากจน เนื่องจากผ่านสงครามใหญ่มาหลายสงคราม อย่างไรก็ตามฟินเเลนด์สามารถยืนหยัดเเละเป็นประเทศเดียวในโลกที่จ่ายค่าปฏิกรรมสงครามได้ครบจำนวนเงิน จากนั้นรัฐได้มองว่า ทำอย่างไรประเทศจึงจะเจริญก้าวหน้าได้

"สิ่งที่ค้นพบคือการศึกษา ด้วยการมีทรัพยากรน้อยเเละจำกัด ฟินเเลนด์จึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาประชากรเป็นหลัก ผลักดันให้คนมีคุณภาพ ความสามารถเเละมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งจะเป็นรากฐานช่วยให้ประเทศพัฒนาได้ทั้งปัจจุบันเเละอนาคต"

จากนั้นเมื่อรัฐมุ่งเจาะไปที่การยกระดับการศึกษาเเล้ว ก็ต้องคิดให้ลึกลงไปอีกว่าเเล้วจะปลูกฝังการศึกษาที่ดีเเละยั่งยืนได้อย่างไร ก็พบว่า "การอ่าน" เป็นหนึ่งในพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาฟินเเลนด์

"ปรัชญาการเรียนรู้ของฟินเเลนด์ คือต้องเรียนให้สนุก เพราะเรารู้ว่าถ้าเด็กรู้สึกสนุกเเล้ว พวกเขาจะเรียนรู้อะไรก็ได้ ฟินเเลนด์จึงให้โรงเรียนสร้างบนรรยากาศการเรียนการสอนที่เอื้อให้นักเรียนมีความสุขที่สุด โดยเฉพาะการรักการอ่าน"



สำหรับกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กรักอ่านการก็มีมากมายยกตัวอย่างเช่นโครงการ "Reading Diploma" ที่จะให้ประกาศนียบัตรแก่เยาวชนที่อ่านหนังสือครบตามจำนวนที่กำหนด ทำให้เด็กๆมีเป้าหมายเเละวินัยในการอ่าน พวกเขาจะมีความตั้งใจที่จะอ่านหนังสือให้ได้

เมื่อถามว่าความสนุกในการอ่าน เเละการเรียนรู้ตลอดชีวิตเกี่ยวข้องกันอย่างไรนั้น  เอกอัครราชทูตฟินเเลนด์ประจำประเทศไทย ตอบว่า การอ่านที่ดีเป็นพื้นฐานอื่นๆ ในชีวิตของเรา โดยเฉพาะทักษะการเรียนรู้ ดังนั้นการอ่านจึงเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมฟินเเลนด์ นอกจากนั้นยังทำให้เรามีสุขภาพใจที่ดีด้วย สามารถรับข้อมูลต่างๆได้มากขึ้น

"ชีวิตของเราทุกวันนี้ อยู่ท่ามกลางเทคโนโลยี ยุ่งวุ่นวายมากพอสมควรเเล้ว การอ่านในฐานะเครื่องมือของการเรียนรู้ จะทำให้เราสามารถโฟกัสต่ออย่างใดอย่างหนึ่งได้เป็นเวลานานมากขึ้น เเละช่วยให้เราผ่อนคลายไปพร้อมๆกันได้ เป็นการออกกำลังกายสมอง เพื่อให้เราสามารถเรียนรู้ตลอดชีวิตได้"

 


โดยทางฟินเเลนด์ให้ความสำคัญกับ "การเรียนรู้ตลอดชีวิต" อย่างมาก เห็นได้จากผู้สูงอายุในฟินเเลนด์ส่วนมากยังมีการเรียนรู้ตลอดเวลา ห้องสมุดของฟินเเลนด์เป็นที่ให้ความรู้กับทุกเพศทุกวัย ไม่เฉพาะเด็กในวัยเรียนเท่านั้น เเต่ทุกคนสามารถเข้าไปใช้ได้ทุกวัยเเละทำให้เป็นเรื่องปกติไปตลอดชีวิต

"หนังสือทำให้เราเปิดโลกของตนเองมากขึ้น เปิดโลกทัศน์โดยที่เราไม่ต้องเดินทางไปสถานที่เเห่งนั้น เราสามารถทำความเข้าใจมนุษย์ชาติพันธุ์ที่เเตกต่างกับเราจากหนังสือที่ได้อ่าน เเละในที่สุดอาจจะพบว่ามนุษย์ที่เเตกต่างกับเราบนโลกนี้ เเท้ที่จริงเเล้วเขาก็เหมือนกับเรามากกว่าเเตกต่างด้วยซ้ำ"

นับเป็นเเนวทางเเละข้อคิดดีๆ ในการจัดระบบการศึกษาเเละการปลูกฝังให้เด็กรักการอ่านเเละเรียนรู้จากประเทศผู้นำในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของโลกเเละเนื่องในวาระพิเศษฉลองครบรอบการได้รับเอกราช100ปี ของฟินเเลนด์ ทางสถานทูตฟินเเลนด์ ประจำประเทศไทย เอาใจคนรักหนังสือร่วมมือกับงานสัปดาห์หนังสือเเห่งชาติ ครั้งที่ 45 เเละสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 15 เปิดคูหาการเรียนรู้ด้วยบูธ "ความสุขในการอ่าน กุญเเจสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต" (The Joy of Reading - Key to Lifelong Learning)  เเนะนำวัฒนธรรม การสร้างสรรค์ การศึกษาเเละวิถีการดำเนินชีวิตของชาวฟินเเลนด์ ให้คนไทยเเละผู้สนใจได้สัมผัสกันเเบบใกล้ชิด ในวันที่ 29 มี.ค.-9 เม.ย นี้ ที่ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิติ์

โดยภายในงานมีกิจกรรมเสริมทักษะมากมาย พร้อมมีการโชว์อุปกรณ์การเรียนการสอนของโรงเรียนในฟินเเลนด์เเละหนังสือที่ได้รับการเเปลเป็นภาษาไทยแล้วมาให้ชมพร้อมตกเเต่งมุมอ่านหนังสือเเละห้องสมุดร่วมสมัยที่เน้นบรรยากาศสนุกสนานด้วยธีม"มุมิน"(Moomin)

นอกจากนี้ ยังมีนักเขียนชื่อดังชาวฟินเเลนด์ 2 ท่าน เดินทางมาร่วมงานให้สัมภาษณ์สุดพิเศษ อีกทั้งตัวเเทนจากสำนักพิมพ์ต่างๆ จากฟินเเลนด์ก็มาร่วมเเลกเปลี่ยนเเละเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์กันได้ที่บูธนี้ โดยหวังว่าจะมีหนังสือของฟินเเลนด์มาเเปลเป็นภาษาไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีเเปลเเล้วทั้งสิ้น 57 เล่ม โดยทางรัฐบาลฟินเเลนด์จะมีทุนสนับสนุนให้ หากทางสำนักพิมพ์ไทยจะสนใจนำไปจัดพิมพ์เเละเเปล โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บูธของสถานทูตฟินเเลนด์ในงานสัปดาห์หนังสือปีนี้



สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่สนใจพาบุตรหลานชั้นประถมศึกษาเข้าสัมผัสการเรียนในห้องเรียนจำลอง"บรรยากาศฟินนิช" ของโรงเรียนฟินเเลนด์ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญเเละครูด้านการศึกษา ในวันที่ 1 เมษายน 2560 สองรอบ เวลา 10.30 น.เเละ 13.30 น. โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทางเฟซบุ๊คสถานทูตฟินเเลนด์ประจำประเทศไทย Embassy of Finland in Bangkok  มีจำนวนจำกัดรอบละไม่เกิน 30 คน  ขณะที่ครูไทยสามารถเข้าสังเกตการณ์ได้ผ่านการลงทะเบียนล่วงหน้าเช่นกัน


ประชาชาติฯออนไลน์รายงาน

 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม