ปินส์ฟื้นคดีบุหรี่"ฟิลลิปมอร์ริส" หวั่นแพ้WTOตอบโต้2หมื่นล้าน

updated: 14 มี.ค. 2560 เวลา 08:30:39 น.

 

คดีสำแดงราคาบุหรี่นำเข้าฟิลลิป มอร์ริส ยังไม่จบ หลังอัยการสูงสุดสั่งฟ้องฟิลลิป มอร์ริส (ไทย) ข้อหาสำแดงราคานำเข้าไม่ตรงกับราคาที่แท้จริง สุดท้าย "ฟิลิปปินส์" โจทย์เก่ารื้อฟื้นคดีปี 2551 ฟ้องไทยซ้ำ ด้าน WTO ตั้งคณะพิจารณาแล้ว หวั่นไทยอาจแพ้รอบสอง ถูกฟิลิปปินส์งัดมาตรการตอบโต้นำเข้าสินค้าไทยได้

ข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทย กับบริษัทฟิลลิป มอร์ริส (Phillip Morris) ผู้ผลิตบุหรี่แบรนด์ดังอย่าง Marlboro กับ L&M ในข้อกล่าวหาที่ว่า Phillip Morris (Thailand) สำแดงราคาของบุหรี่นำเข้าทั้ง 2 ยี่ห้อไม่ตรงตามราคาที่แท้จริงและถูกต้องตามกฎหมายศุลกากร

ในอดีตประเทศฟิลิปปินส์เป็นผู้กล่าวฟ้องประเทศไทยต่อ องค์กรระงับข้อพิพาท (Dispute Settlement Body หรือ DSB ภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) มาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 หรือเกือบ 10 ปีผ่านมาแล้ว โดยที่ประชุม DSB ในขณะนั้นมีมติว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยขัดกับพันธกรณีตามความตกลงของ WTO ในเดือนกรกฎาคม 2554 และประเทศไทยและฟิลิปปินส์ได้ตกลงกันว่า ฝ่ายไทยจะต้องปรับแก้มาตรการที่เกี่ยวกับภาษีภายในเดือนพฤษภาคม 2555

ล่าสุดความขัดแย้งกรณีการนำเข้าบุหรี่ได้พัฒนาขึ้นไปสู่ระดับสูงสุด หลังจากที่ "อัยการสูงสุด" ของฝ่ายไทยได้ตัดสินใจสั่งฟ้องคดีอาญาผู้นำเข้าบุหรี่ คือ บริษัท Phillip Morris (Thailand) พร้อมพนักงานที่เป็นคนไทยอีก 7 คน รวมเป็นจำเลย 1-8 เมื่อเดือนมกราคมปี 2559 ในข้อกล่าวหาหลีกเลี่ยงภาษีโดยสำแดงราคาบุหรี่นำเข้าต่ำกว่าความเป็นจริง (Under Declaration) ซึ่งเป็นมูลฐานของการสั่งฟ้องคดีเดียวกับคดีที่เกิดข้อพิพาทกันในปี 2551

ปรากฏหลังจากนั้นเพียง 4 เดือน ฟิลิปปินส์ได้ตัดสินใจยื่นฟ้องประเทศไทยต่อองค์กรระงับข้อพิพาท หรือ Dispute Settlement Body (DSB) อีกครั้งถึงการใช้มาตรการศุลกากร กับมาตรการทางการเงินกับสินค้าบุหรี่นำเข้าจากประเทศฟิลิปปินส์ ในคดีหมายเลข WT/DS371 /17 นับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 ซึ่งทั้งสองประเทศได้เข้าร่วมกระบวนการหารือ (Consultation) มาตั้งแต่กลางปี 2559 โดยคดีหมายเลข WT/DS371 /17 ได้ถูกนำไปเชื่อมโยงกับคดีเดิมที่ฟิลิปปินส์เคยยื่นฟ้อง DSB ในปี 2551

ล่าสุด นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ WTO ได้แต่งตั้งคณะพิจารณาคดี (Compliance Panel) แล้ว ประกอบด้วย ตัวแทนจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์-ชิลี-อุรุกวัย ซึ่งคณะ Panel มีกำหนดต้องพิจารณาข้อมูลในประเด็นที่ฟิลิปปินส์ฟ้องไทยภายใน 90 วัน

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า กระบวนการพิจารณาคดีของคณะ Panel น่าจะดำเนินการภายในสิ้นเดือนสิงหาคม จากนั้นจะมีการประกาศคำตัดสินในช่วงปลายปี 2560 แต่หากฝ่ายใดเป็นฝ่ายแพ้ก็จะสามารถอุทธรณ์ประเด็นทางกฎหมายได้ภายในเดือนมีนาคม 2561 โดยฝ่ายไทยจะมีคณะทำงาน ที่กรมศุลกากรเป็นเจ้าภาพจะต้องยื่นความเห็น ซึ่งเป็นคำให้การให้กับคณะพิจารณา Panel ภายในเดือนสิงหาคมนี้เช่นกัน

"ประเด็นสาระสำคัญของการฟ้องไทยในครั้งนี้ถูกโยงกับคดีข้อพิพาทบุหรี่ที่เกิดขึ้นในปี 2551 ซึ่งต่อมาทางอัยการสูงสุดไทย ได้มีการพิจารณาดำเนินคดีอาญากับบริษัท Phillip Morris (Thailand) การพิจารณาข้อพิพาทครั้งนี้ หากไทยเป็นฝ่ายแพ้ เบื้องต้นยังไม่มีข้อสรุปว่า WTO จะดำเนินการอย่างไรกับฝ่ายไทย แต่เชื่อว่า WTO จะไม่สามารถตัดสินเพื่อบังคับให้ไทยยุติการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับบริษัท Phillip Morris (Thailand) แต่ WTO อาจจะมีแนวทางอื่นเพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งกรณีนี้ถือว่าเป็นเคสแรก จึงเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยากมาก"

อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ในการพิจารณาของคณะพิจารณาคดี (Panel) ไว้ 4 แนวทาง คือ 1) ไทยเป็นฝ่ายชนะคดี โดยไม่ต้องแก้ไขมาตรการที่เกี่ยวกับภาษีอีก และคดีอาญาที่ฟ้อง บริษัท Phillip Morris (Thai-land) สามารถดำเนินการทางศาลต่อไป 2) ไทยเแพ้คดี โดยคณะผู้พิพากษา (Panel) เห็นว่า ไทยยังปฏิบัติตามคำตัดสินเมื่อปี 2554 ไม่ครบถ้วน ประเด็นนี้จะส่งผลกระทบการดำเนินคดีอาญากับบริษัท Phillip Morris (Thailand) ในศาล และฟิลิปปินส์อาจ "ตอบโต้" ทางการค้ากับประเทศไทยได้

3) ไทยแพ้คดี และบริษัท Phillip Morris อาจฟ้องร้องไทย ตามสนธิสัญญาคุ้มครองการลงทุน (Bilateral Investment Treaty) และ 4) มีการยุติคดีใน Panel ด้วยเงื่อนไขที่ไทยและฟิลิปินส์ยอมรับได้ ภายใต้ความสัมพันธ์อันดีของประเทศกลุ่มอาเซียน

อย่างไรก็ตาม "ประชาชาติธุรกิจ" ได้สอบถามไปยังผู้เกี่ยวข้องกับคดีข้อพิพาทนี้ต่างตั้งข้อสังเกตว่า ในอดีตฝ่ายไทยเคยแพ้คดีฟิลิปปินส์มาครั้งหนึ่งแล้วในปี 2554 โดยองค์กรอุทธรณ์ (Appellate Body) ได้ตัดสินด้วยเสียงเอกฉันท์ให้ไทยแพ้ มาครั้งนี้ก็เช่นกันที่ฟิลิปปินส์หยิบยกคดีในฐานความผิดเดิมขึ้นกล่าวหาไทยอีกครั้ง จากมูลเหตุ 2 ประการ คือ 1) การที่อัยการสูงสุดไทยตัดสินใจฟ้องบริษัท Phillip Morris (Thailand) กับ 2) การพิจารณาอุทธรณ์เกี่ยวกับใบขนบุหรี่ 210 ใบ จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของกรมศุลกากรไทย มีคำตัดสินชี้ขาดไม่รับราคาซื้อขายที่บริษัท Phillip Morris สำแดง โดยประเด็นนี้ฟิลิปปินส์มีความเห็นว่า ฝ่ายไทยไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธราคาที่ผู้นำเข้า (Phillip Morris) สำแดง

"มีความเป็นไปได้ว่า ไทยจะเป็นฝ่ายแพ้คดีข้อพิพาทเรื่องบุหรี่กับฟิลิปปินส์อีกครั้ง และครั้งนี้ฟิลิปปินส์มีสิทธิ์ที่จะพิจารณาตอบโต้ทางการค้ากับประเทศไทยได้ อย่างน้อยในมูลค่าความเสียหายเดียวกันกับที่อัยการฟ้องบริษัท Phillip Morris (Thailand) คือ 20,210,209,582 บาท และนี่เป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยกำลังกังวลมาก" แหล่งข่าวกล่าว

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

 
 
Desktop View