ความทรงจำ "ธนินท์ เจียรวนนท์" (24) เข้าสู่ธุรกิจโทรคมนาคม...เศรษฐกิจไทยขาขึ้น

โดย My Personal History
updated: 10 มี.ค. 2560 เวลา 09:10:00 น.

 

ที่มา : สำนักข่าวนิเคอิ แปล/เรียบเรียง : ภรณี จิรวงศานนท์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หวง เหวยเหว่ย บ.ซีที อินฟราสตรักเจอร์ ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด

เครือเจริญโภคภัณฑ์มีธุรกิจหลัก3กลุ่มในประเทศไทย ได้แก่ ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจโทรคมนาคม อันที่จริงผมไม่ได้ตั้งใจจะทำธุรกิจโทรคมนาคมตั้งแต่แรก ความหลากหลายทางธุรกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ล้วนแต่พัฒนามาจากพื้นฐานการเกษตรกล่าวคือ อาหารสัตว์ กิจการเลี้ยงไก่ กิจการเลี้ยงหมู ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจโทรคมนาคมเลย

จากจุดเริ่มต้นเรื่อยมาจนถึงทศวรรษที่ 2520 กิจการด้านโทรศัพท์ในประเทศของไทยนั้น อยู่ภายใต้การบริหารและให้บริการโดย องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยเพียงองค์กรเดียวเท่านั้น รูปแบบเช่นนี้มีจุดอ่อนหลายประการ เช่น ประการแรก การที่องค์การโทรศัพท์ฯเป็นผู้ให้บริการรายเดียวจึงส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขยายการใช้งานโทรศัพท์ไปสู่ครัวเรือนที่ทำได้ช้ามากประการที่สองการขอติดตั้งโทรศัพท์ต้องรอคิวนานหลายปี ทั้งหมดนี้ทำให้โทรศัพท์ไม่เป็นที่แพร่หลายในครัวเรือนเท่าที่ควร กระทั่งในปี พ.ศ. 2531 หลังจากประเทศไทยมีการเลือกตั้ง และ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จึงได้เริ่มการปฏิรูปกิจการโทรคมนาคมขึ้น

รัฐบาลไทยตัดสินใจเปิดเสรีกิจการโทรคมนาคมให้บริษัทและภาคเอกชนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนเพื่อส่งเสริมให้มีการใช้โทรศัพท์ในวงกว้างซึ่งบริษัทธุรกิจโทรคมนาคมรายใหญ่ ๆ ของประเทศต่าง ๆ เช่น อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส ต่างก็สนใจเข้ามาร่วมประมูลด้วย

สังคมต่างก็คาดหวังให้มีบริษัทของไทยเข้าร่วมประมูลด้วย แต่เนื่องจากการเข้าร่วมประมูลจำเป็นต้องชำระเงินประกันก้อนใหญ่ ซึ่งสมัยนั้นนอกจาก บริษัทปูนซิเมนต์ไทย แล้ว ก็มีเพียงเครือเจริญโภคภัณฑ์เท่านั้นที่มีคุณสมบัติในการเข้าร่วม ภายหลังบริษัทปูนซิเมนต์ไทยได้ถอนตัวไป ผลปรากฏว่าเครือสามารถชนะการประมูลบริษัทต่างชาติ และได้รับสิทธิ์ในการบริหารกิจการบริการโทรศัพท์พื้นฐานให้กับคนไทยได้ในที่สุด

ต่อมาเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ลงทุนในธุรกิจโทรศัพท์ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาลถึงแม้ว่าระหว่างนั้นจะมีการเปลี่ยนบริษัทต่างชาติที่มาร่วมลงทุนกับเราบ้างแต่ก็กล่าวได้ว่านับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2530 เครือได้มีส่วนปฏิรูปและสร้างคุณูปการให้กับกิจการโทรคมนาคมของประเทศ ทำให้การใช้โทรศัพท์พื้นฐานแพร่หลายในกรุงเทพฯ จากเดิมที่ต้องรอการติดตั้งโทรศัพท์หลายปี ก็สามารถร่นเวลาทำได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 สัปดาห์เท่านั้น

ธุรกิจโทรคมนาคมเติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของเครือ ภายใต้การบริหารของ True Corporation หรือ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่นนั่นเอง

ในช่วงดังกล่าวเรายังไม่ได้สนใจการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพราะหากเราร่วมประมูลและได้รับสิทธิ์ในการบริหาร ผมเชื่อว่าธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเราจะเติบโตและให้บริการลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่งกว่านี้มาก

เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้เริ่มพัฒนากิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบครบวงจรเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่21 เราก้าวจนตามทันบริษัทที่เข้าสู่ธุรกิจนี้ก่อนหน้าเรา 2 บริษัทได้ด้วยนวัตกรรมรูปแบบการให้บริการใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอัตราค่าบริการพิเศษ ทรู (true) จึงกลายเป็นบริษัทที่บริหารกิจการโทรคมนาคมครอบคลุมทุกด้านเพียงรายเดียวในประเทศไทย เกิดเป็น "true Convergence" ซึ่งประกอบด้วยโครงข่ายโทรศัพท์ เคเบิลทีวี และอินเทอร์เน็ต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ทรูยังได้ประมูลคลื่น 4G หรือระบบสื่อสารไร้สายความเร็วสูงระยะที่ 4 โดยได้รับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ทำให้นอกจากทรูจะเป็นผู้ให้บริการ 4G รายแรกแล้ว ยังทำให้ทรูเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ถือครองคลื่นความถี่มากที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย นับเป็นโอกาสที่ดีในการขยายฐานลูกค้าและยกระดับความสามารถด้านการให้บริการของเราได้ดียิ่งขึ้น

เดิมทีผมไม่คิดว่าธุรกิจโทรคมนาคมจะมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของเครือเจริญโภคภัณฑ์อย่างธุรกิจเกษตรและอาหารและธุรกิจค้าปลีก แต่ปัจจุบันกลับมีบทบาทเป็นอย่างมาก เราสามารถซื้อซิมการ์ดชนิด Prepaid ของทรู และโทรศัพท์มือถือได้ที่ร้าน 7-Eleven การได้สิทธิ์ในการบริหารเครือข่ายโทรคมนาคม ยังทำให้เครือมีโอกาสเข้าสู่ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) และธุรกิจเคเบิลทีวีอีกด้วย

ช่วงปลายทศวรรษที่ 2520-2530 เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตเป็นร้อยละ 10 มาโดยตลอด จนถูกขนานนามว่า "ความมหัศจรรย์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ขณะที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้นนั้น บริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทยต่างเพิ่มขีดความสามารถและขยายการเติบโตทางธุรกิจ

โดยส่วนใหญ่จะจัดหาเงินทุนด้วยการกู้สินเชื่อจากธนาคารในต่างประเทศจำนวนมากรวมทั้งเครือเจริญโภคภัณฑ์เองก็เช่นกันด้วยเหตุนี้เมื่อเกิดวิกฤตทางการเงิน (วิกฤตต้มยำกุ้ง) ในปี พ.ศ. 2540 เครือและบริษัทจำนวนมากจึงประสบปัญหาโดยถ้วนหน้า



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้


 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม