ราชการ "ห้ามพัก-จัดสัมมนา" บี้โรงแรมเถื่อน...เข้าระบบ ?

โดย คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ โดย ขุนพินิจ
updated: 08 มี.ค. 2560 เวลา 15:00:0 น.

 

อุณหภูมิเศรษฐกิจ การเมืองร้อนฉ่าไม่แพ้ฤดูร้อนแล้ง หลายฝ่ายอดทน เอาใจช่วยกันสุด ๆ ให้สภาพการค้าการขายคล่องตัวขึ้นสักที เพราะชาวประชาส่วนใหญ่อยู่ในภาวะชักหน้าไม่ถึงหลัง เงินทองหายาก แต่รายจ่ายท่วมท้น หนี้สินพอกพูน ภาวะความไม่แน่นอนกระเพื่อมขึ้น

สภาพเช่นนี้เกิดขึ้นทั้งในกลุ่มมนุษย์เงินเดือน และมนุษย์ไม่มีเงินเดือน ก็สั่นคลอนความเชื่อมั่นในชีวิตไม่ต่างกัน

ในยามยากเช่นนี้ก็ต้อง "ขยัน อดทน ใช้จ่ายแต่พอตัว" ตามคำผู้หลักผู้ใหญ่ว่าไว้เป็นที่ตั้งนั่นแหล่ะดีที่สุด

ช่วงไตรมาสแรกนี้ก็มีประเด็นฮอตที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับนโยบายแข็งขันของกระทรวงมหาดไทยที่กำชับสั่งการให้ทุกจังหวัดเร่งจัดระเบียบโรงแรมเถื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาการนำอาคารประเภทอื่นมาทำเป็นโรงแรมด้วยการเปิดให้บริการรายวัน

เป้าหมายใหญ่ก็คือ กลุ่มโรงแรม รีสอร์ต อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม แมนชั่น หรือที่พักในรูปแบบอื่น ๆ มาเปิดให้เช่า หรือพักรายวันนั่นเอง

โดยเปิดโอกาสให้สถานประกอบการโรงแรมต่าง ๆ มาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 และสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา

ในกรณีของจังหวัดภูเก็ต แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อระดับโลกที่มีรายได้จากภาคการท่องเที่ยวและบริการปีละกว่า 3-4 แสนล้านบาท มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนเพิ่มขึ้นทุกปีนั้น ปรากฏข้อมูลล่าสุดว่า มีสถานประกอบการโรงแรมในจังหวัดที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 426 แห่ง

และมีสถานที่พักประเภทอื่น เช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ แมนชั่น เปิดให้บริการห้องพักเป็นรายวัน รวมทั้งหมด 1,428 แห่ง

นั่นก็แสดงว่าสัดส่วนเกือบ 2 ใน 3 ของห้องพักในเกาะภูเก็ต จะต้องมาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547

โดยล่าสุดข้อมูลของจังหวัดระบุว่า มีผู้ประกอบการมาแจ้งขึ้นทะเบียน เพื่อเข้าสู่ระบบโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว จำนวน 1,007 แห่ง ได้แก่ พื้นที่อำเภอเมือง 402 แห่ง อำเภอกะทู้ 440 แห่ง และอำเภอถลาง 165 แห่ง

พร้อมกันนี้ คณะทำงานระดับอำเภอทั้ง 3 อำเภอก็ได้ส่งหนังสือแจ้งให้โรงแรมที่ผิดกฎหมายหยุดการให้บริการแล้ว

ฉะนั้นทางเลือกในตอนนี้ก็คือ ผู้ประกอบการดังกล่าวจะต้องปิดให้บริการห้องพักรายวันแล้วกลับที่ตั้งไปทำธุรกิจเดิมของตนเอง เช่น อพาร์ตเมนต์ แมนชั่น หรือคอนโดมิเนียม

"โชคชัย เดชอมรธัญ" ผู้ว่าฯภูเก็ต ย้ำว่า กรณีของคอนโดมิเนียมจะไม่สามารถนำมาทำเป็นโรงแรมได้ เพราะจะต้องให้เจ้าของห้องทั้งหมดยินยอมก่อน เพราะการเปิดคอนโดฯเป็นที่พักรายวันได้นั้น จะต้องเปิดทั้งชั้นและต้องมีประตูเข้า-ออกแยกชัดเจนกับชั้นอื่น

หลังจากนี้หากใครฝ่าฝืน ทางจังหวัดก็จะดำเนินคดีทันที ในข้อหาเปิดโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นั่นคือมาตรการเข้มทางกฎหมายที่เอาจริงเอาจัง และยังสำทับด้วยคำสั่ง 4 มาตรการกดดันไล่บี้ให้โรงแรมเข้าสู่ระบบให้หมด คือ 1.หน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะส่วนราชการ หากมีการจัดประชุมสัมมนาในโรงแรมกำหนดให้ดำเนินการจัดประชุมสัมมนาในโรงแรมที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมเท่านั้น

2.การอนุญาตให้ข้าราชการและบุคลากรเดินทางไปราชการจะต้องเข้าพักเฉพาะโรงแรมที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมเท่านั้น

3.จังหวัดจะไม่สนับสนุนด้านการขายและการประชาสัมพันธ์ให้กับโรงแรมที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

และ4.การพิจารณาอนุญาต/อนุมัติตามกฎหมายต่างๆที่โรงแรมเป็นผู้ยื่นคำขอ ให้หน่วยงานขอสำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมประกอบการพิจารณาด้วยทุกครั้ง

ขณะนี้หลายจังหวัดต่างก็ยึดแนวทางดังกล่าวเช่นกันถ้าทำได้ตามกฎเหล็กนี้ก็เป็นการเอาสิ่งที่อยู่ใต้พรมขึ้นมาอยู่บนที่แจ้งให้ถูกกฎหมาย

ดังนั้นเจ้าของกิจการที่อยู่ในข่ายดังกล่าวก็ต้องเร่งปรับตัวให้เข้ามาสู่กฎระเบียบและกฎหมาย แต่ทุกอย่างล้วนมีต้นทุนเกิดขึ้นทั้งสิ้น

ทว่าที่ผ่านมามีการปล่อยละเลยให้ทำผิดกฎหมายกันเกร่อ การหักดิบครั้งนี้ย่อมส่งผลสะเทือนต่อผู้ประกอบการแน่นอน

ที่สำคัญก็ยังอดกังขาไม่ได้ว่าอาจจะมีการลูบหน้าปะจมูกหรือเลือกปฏิบัติหรือไม่

สิ่งที่ภาครัฐจะต้องทำมากกว่านี้ก็คือการให้ข้อมูลและสนับสนุนคนที่ตั้งใจทำดีทำให้ถูกต้องแต่ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นก็คือ มักจะไปจับผิดอย่างเดียว เรียกผลประโยชน์ตอบแทน แล้วก็จบ ๆ กันไป พอเรื่องเงียบก็อีหรอบเดิม

ควรที่จะเข้าไปสนับสนุนส่งเสริม ให้คำแนะนำ หรือพัฒนาสู่มาตรฐานต่าง ๆ แบบนี้สร้างสรรค์กว่ากันเยอะ



ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

 
 
Desktop View