ธนาคารสินค้าเกษตรเวิร์กสุด กรมส่งเสริมเพิ่ม"หม่อนไหม"

updated: 07 ก.ย. 2559 เวลา 20:30:13 น.

 

กรมส่งเสริมสหกรณ์ เดินหน้าตั้งธนาคารสินค้าเกษตรในสถาบันเกษตรกร เตรียมขยายธนาคารหม่อนไหมในนครราชสีมาและอุทัยธานี

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโครงการธนาคารสินค้าเกษตร ซึ่งได้กำหนดแผนการดำเนินงานไว้ 6 แผนงานได้แก่ ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว ธนาคารข้าวในสถาบันเกษตรกร ธนาคารโคนมทดแทน ธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามโครงการพระราชดำริ ธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ ธนาคารปลานิลพันธุ์ดี ทั้ง 6 แผนงาน ขณะนี้ได้ดำเนินการตามเป้าหมายครบ 100% โดยธนาคารปุ๋ยอินทรีย์ ได้ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน คัดเลือกสหกรณ์ต้นแบบ 12 แห่ง ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยหมัก 13,150 ตัน ใช้ในการบำรุงดินในพื้นที่ 6,577 ไร่ ผลิตน้ำหมักชีวภาพ 714,200 ลิตร ใช้ในพื้นที่ 15,710 ไร่ และผลิตปุ๋ยพืชสด 466 ตัน ใช้ในพื้นที่ 58,250 ไร่

สำหรับธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ ได้ร่วมกับกรมปศุสัตว์ กำหนดแผนงานบริหารจัดการโค-กระบือ ใน 73 จังหวัด มอบสิทธิ์ให้เกษตรกร 5,000 ราย จำนวน 109,000 ตัว ขณะนี้ได้ดำเนินการมอบสิทธิ์บริหารจัดการโค-กระบือไปแล้ว 7,880 ราย คิดเป็น 157.60% ของเป้าหมาย และมีแผนจะขยายผลการจัดตั้งธนาคารโค กระบือให้ครบทั้ง 77 จังหวัด และจะบริการเกษตรกรรายใหม่และส่งมอบโคกระบือให้แก่เกษตรกรอีกจำนวน 12,131 ราย ส่วนธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว ได้ร่วมกับกรมการข้าว คัดเลือกพื้นที่ดำเนินการในชุมชน 70 แห่ง สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว ตั้งต้นให้ชุมชนละ5 ตัน รวม 100 ตัน และจะมีการขยายผลจัดตั้งธนาคารเกษตรเพื่อชุมชน จำนวน 3 แห่ง โดยมีเกษตรกรเข้าร่วม 30 ราย และอยู่ระหว่างการเสนอขอรับรองข้าวหอมมะลิอินทรีย์

ด้าน ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารโคนมทดแทน ยังได้จัดตั้งสหกรณ์ 3 แห่งในจังหวัดพัทลุง เชียงใหม่และอุตรดิตถ์ ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 299 ราย มีบริการรับฝากโคนม 611 ตัว มูลค่า 8.78 ล้านบาท และยังมีธนาคารข้าวในสถาบันเกษตรกร โดยได้คัดเลือกสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ 10 แห่ง ในจังหวัดร้อยเอ็ด นครราชสีมา สุรินทร์ เพชรบุรี เชียงใหม่ น่าน ตราด และอุทัยธานี ส่งเสริมการให้บริการกู้ยืมปัจจัยการผลิตสำหรับนำไปใช้ในฤดูกาลปลูกข้าว ทั้งเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และยาปราบศัตรูพืช เมื่อเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วจะนำมาขายให้กับสหกรณ์และหักค่าใช้จ่ายในการกู้ยืมปัจจัยการผลิตกับทางสหกรณ์ ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ 577 ราย ส่วนธนาคารปลานิลพันธุ์ดี ได้ร่วมกับกรมประมง จัดตั้งศูนย์ปลานิลพันธุ์ดีและสนับสนุนพันธุ์ปลานิลพันธุ์ดีให้สถาบันเกษตรกร 8 แห่ง จำนวน 15,000 ตัว พร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้แก่สมาชิกสหกรณ์ในการเลี้ยงปลานิลให้ได้คุณภาพจำนวน 160 ราย

"ระยะต่อไปจะมีการขยายผลโครงการธนาคารสินค้าเกษตรเพิ่มเติมจาก 6 แผนงานเดิม โดยขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์มีแนวคิดที่จะเพิ่มธนาคารปัจจัยการผลิตหม่อนไหม เข้าเป็นหนึ่งในแผนงานของโครงการธนาคารสินค้าเกษตรด้วย โดยจะร่วมบูรณาการกับกรมหม่อนไหมในการดำเนินโครงการดังกล่าว และขณะนี้ได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายที่จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดอุทัยธานี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตเส้นไหม และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันด้านการผลิตผ้าไหมให้เป็นที่ยอมรับของตลาดมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย"

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้

 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม