ต้านเขตเศรษฐกิจ-นิคมอุตฯเชียงของ..หวั่นทำลายป่า

updated: 07 ก.ย. 2558 เวลา 13:12:22 น.

 

เขตเศรษฐกิจพิเศษ-นิคมอุตฯเชียงของถูกต้านหนัก "กลุ่มรักษ์เชียงของ-เตือนใจดีเทศน์" ออกโรงคัดค้าน หวั่นทำลายที่สาธารณประโยชน์-ป่าชุมชนบ้านบุญเรืองระบุเป็นป่าชุมชนอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ใช้ประโยชน์มานานกว่า 200 ปี


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กพน.) กำหนดให้พื้นที่ 3 อำเภอชายแดน จ.เชียงราย คือ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และ อ.เชียงของ เป็นพื้นที่จัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ร่วมกับ จ.นครพนม นราธิวาส และกาญจนบุรี ซึ่งจังหวัดเชียงรายได้คัดเลือกพื้นที่ที่เห็นว่าเหมาะสมใน 3 อำเภอเสนอให้ กพน.พิจารณาแล้วนั้น ล่าสุดพบว่าหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่มีการนำเสนอคือ ที่สาธารณประโยชน์บ้านบุญเรือง ม.2 ต.บุญเรือง อ.เชียงของ เนื้อที่ 3,021 ไร่ 1 งาน 75 ตารางวา โดยระบุว่าเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านหลายหมู่บ้านเช่าใช้เพื่อการเกษตร และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษา

ล่าสุดนี้ประชาชนและองค์กรพัฒนาเอกชน นางเตือนใจ ดีเทศน์ ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา และอดีตสมาชิกวุฒิสภา เชียงราย มองว่าเป็นป่าชุมชนจึงออกมาต่อต้านไม่ให้ใช้พื้นที่

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว แกนนำกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า พื้นที่ส่วนใหญ่มีสถานะเป็นที่ดินสำคัญของหลวง (นสล.) แต่จากการสำรวจร่วมกับชาวบ้านพบว่า สภาพจริงเป็นป่าชุมชนขนาดใหญ่และอุดมสมบูรณ์ที่สุดในเขตลุ่มแม่น้ำอิงนับตั้งแต่ต้นแม่น้ำที่กว๊าน จ.พะเยา-เชียงราย ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.เชียงของ มีหมู่บ้านห่างจากป่าไปเพียง 1 กิโลเมตร และชาวบ้านได้ร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์มานานกว่า 200 ปี เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโดยมีหนองน้ำมากกว่า 12 แห่งเป็นแก้มลิงกว้างกว่า 3,000 ไร่ มีพันธุ์พืชและสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก

หากรัฐบาลเลือกเป็นพื้นที่จัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และมีการตั้งนิคมอุตสาหกรรม จะต้องมีการถมดินจำนวนมากเพราะเป็นพื้นที่ลุ่ม ซึ่งจะทำให้แม่น้ำอิงเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ข้างเคียงในช่วงฤดูน้ำหลาก เพราะสภาพแม่น้ำอิงบริเวณนี้เป็นคอขวด แต่ป่าชุมชนคอยซับน้ำไว้

"การประกาศให้ป่าชุมชนบุญเรืองเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จะมีผลเสียมากกว่าได้ เพราะนอกจากจะสูญเสียป่าแล้วยังอาจเกิดมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม จึงอยากให้มีการศึกษาทางวิชาการก่อนโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคิด วางแผนและใช้ประโยชน์"
นายนิวัฒน์กล่าว



ด้านนางเตือนใจ ดีเทศน์ ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา กล่าวว่า พื้นที่ลุ่มแม่น้ำอิงมีป่าที่สมบูรณ์ที่สุดจำนวน 2 แห่งคือที่ อ.เทิง จ.เชียงราย และที่ป่าชุมชนบุญเรือง ต.บุญเรือง ซึ่งขณะนี้เอกชนได้เตรียมที่จะเข้ามาสร้างนิคมอุตสาหกรรมแล้วหากรัฐบาลประกาศให้ใช้พื้นที่ได้ โดยจะขอแบ่งใช้พื้นที่ 1,200 ไร่ และก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ก็ได้ขอใช้พื้นที่แล้ว 1,200 ไร่เพื่อเป็นศูนย์วิจัยและรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนดังนั้นจึงเหลือพื้นที่ที่จะเป็นป่าให้ชาวบ้านเพียง700ไร่เท่านั้น ซึ่งตนเห็นว่าควรจะไปหาพื้นที่อื่นในการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า หลังจาก กพน.ประกาศให้อำเภอแม่สาย เชียงแสน เชียงของ เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษระยะที่ 2 แล้ว จังหวัดได้จ้างบริษัทปัญญา คอนซัลแตนท์ จำกัด จัดทำร่างแผนแม่บทและแผนงานโครงการให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้ และจังหวัดได้จัดหาพื้นที่รองรับภายใต้คอนเซ็ปต์ว่า อ.แม่สาย เป็นเขตพาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว อ.เชียงแสน เป็นเขตท่าเรือขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว และ อ.เชียงของ เป็นเขตโลจิสติกส์


นโยบายนี้ทำให้บริษัท เมืองเงิน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งได้สัญญาจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เข้าไปพัฒนาเขตอุตสาหกรรม อ.เชียงของ บริเวณทุ่งสามหมอน ต.สถาน และ ต.ศรีดอนชัย 12,000 ไร่ ได้ประกาศยกเลิกที่จะพัฒนาพื้นที่ทุ่งสามหมอน เพราะราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นมาก และต้องการรอประกาศจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษก่อน โดยมีแผนจะเข้าไปเช่าใช้พื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นโกดัง โลจิสติกส์ ในพื้นที่ ต.บุญเรืองดังกล่าว




ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

 
 
Desktop View