สภาพัฒน์ฯ ระบุเลิกจำนำข้าวทำแรงงานเกษตรเตะฝุ่นเพิ่ม-ป.ตรีนิเทศน์ตกงานสูงสุด

updated: 25 พ.ค. 2558 เวลา 18:25:50 น.

 

สภาพัฒน์ฯ ระบุหลังเลิกจำนำข้าว แรงงานภาคเกษตรเตะฝุ่นเพิ่ม 4.4 % เผยผู้จบป.ตรีนิเทศน์ ตกงานสูงสุด ตัวเลขหนี้ผิดนัดชำระเกิน 3 เดือนพุ่ง 15,469 ล้านบาท ยอดหนี้บัตรเครดิตเพิ่ม 8,933 ล้านบาท

นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขภาวะสังคมไทย ไตรมาส 1/2558 ว่า ผลกระทบจากภัยแล้งในปี 58  ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และรายได้เกษตรกรลดลง มีอัตราเฉลี่ยเพียงคนละ 5,700 บาทต่อเดือนเท่านั้น ต่ำกว่าแรงงานนอกภาคเกษตรที่มีอัตราเฉลี่ย 12,500 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นแรงงานเกษตรมีรายได้ต่ำกว่านอกภาคเกษตร 1 เท่าตัว

สำหรับภาพรวมของการจ้างงานในไตรมาส 1/2558 พบว่า มีจำนวนผู้มีงานทำ 37.6 ล้านคน ลดลง 0.5% เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย หลายพื้นที่ประสบภาวะภัยแล้ง ประกอบกับเป็นช่วงหลังฤดูเก็บเกี่ยว และการปรับตัวของการเพาะปลูกข้าวที่ลดลง หลังจากยุติมาตรการจำนำข้าว ทำให้ผู้มีงานทำภาคเกษตรลดลง 4.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีผู้รอฤดูกาลเพิ่มขึ้น 1.8% ขณะที่การจ้างงานภาคนอกเกษตรเพิ่มขึ้น 1.3% ตามการฟื้นตัวของภาคการผลิต ก่อสร้างและโรงแรมและ ภัตตาคาร

ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีผู้ว่างงาน 361,297 คน คิดเป็น 0.94% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มี 0.89% และมีโอกาสหางานทำน้อยลง เห็นได้จากสัดส่วนผู้สมัครงานต่อตำแหน่งงานว่างคิดเป็น 1.14 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.09 เท่าในช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะผู้ประกอบการชะลอการขยายตำแหน่งงาน เพราะกังวลต่อสถานการณ์ และการลดคำสั่งซื้อ แต่เนื่องจากผู้สมัครงานที่มีมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสเลือกรับคนที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการมากขึ้นด้วย ขณะที่การขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพ ยังทำให้เกิดแนวโน้มการแย่งแรงงานในภาคธุรกิจบริการ และอุตสาหกรรมด้วย

ตัวเลขภาวะการจ้างจ้างระบุด้วยว่า จำนวนแรงงานจบใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในปีนี้ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาถึงปริญญาตรี คาดว่า มี ประมาณ 637,610 คน จากผู้จบการศึกษา 2.1 ล้านคน เป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี 63.9% อาชีวศึกษา 21.5% และมัธยมศึกษา 14.7%

ทั้งนี้ ในปี 57 พบว่าผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีมีอัตราการว่างงานสูงสุด โดยเฉพาะผู้จบสาขาวารสารศาสตร์และสารสนเทศ ศิลปกรรมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ เพราะเป็นสาขาที่ผลิตกำลังคนเกินความต้องการของตลาดมาต่อเนื่อง และในอนาคตการเตรียมคนเพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งเตรียมกำลังคนรองรับงานกลุ่มดังกล่าวอีกด้วย

นอกจากนี้เรื่องหนี้สินครัวเรือนในไตรมาสแรก พบว่าชะลอตัว โดยยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วน บุคคลของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น7.6% ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้น 10.7% ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่วนหรับหนี้เพื่อการบริโภคอื่นเพิ่มขึ้น 12.4% ชะลอลงจาก 17.6% ในช่วงเดียวกันปีก่อน แต่มูลค่าหนี้เสียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มีมูลค่า 92,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% การผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนเพิ่มขึ้น 27.4% คิดเป็นมูลค่า 15,469 ล้านบาท และยอดคงค้างชำระบัตรเครดิตเกิน 3 เดือน เพิ่มขึ้น 22% คิดเป็นมูลค่า 8,933 ล้านบาท




ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat


 
 
 
Desktop View
 


ข่าวยอดนิยม